เฉินเสียนถามอวี้เยี่ยนว่า : “อวี้เยี่ยน เจ้าคิดว่าข้าหึงหรือเปล่า? เจ้าได้กลิ่นหึงจากตัวของข้าหรือไม่?”อวี้เยี่ยนรีบส่ายหน้าอย่างมั่นใจ : “ใต้เท้าซูพูดไปเรื่อย! องค์หญิงกำลังโกรธต่างหาก หม่อมฉันยังได้กลิ่นไหม้ของไฟโกรธด้วยซํ้าไปองค์หญิงลองคิดดู ตั้งแต่เราออกจากหอหมิงเย่ว์ ใต้เท้าซูก็จับมือองค์หญิงแน่นไม่ยอมปล่อย องค์หญิงต้องทนแบกรับสายตาของผู้คนที่สัญจรไปมาตั้งเท่าไหร่ใต้เท้าซูไม่เพียงไม่ยอมขอโทษสำหรับพฤติกรรมของเขา แต่ยังพาองค์หญิงเข้าไปในตรอกที่มืดสนิทขนาดนั้น คนเราเวลาอยู่ที่ที่มืดสนิทมองอะไรไม่เห็นมักจะขาดความรู้สึกมั่นใจและความรู้สึกปลอดภัย แผนนี้ของใต้เท้าซูก็คือต้องการจะทำให้จิตใจขององค์หญิงอ่อนแอลงเพคะ!”เฉินเสียนราวกับตรัสรู้ในทันใด จึงพูดขึ้นว่า : “เจ้าวิเคราะห์ได้ละเอียดมาก”พอมาคิดดูอีกครั้ง เธอไม่ควรโมโหซูเจ๋อด้วยซํ้าไป ไม่แน่ว่าซูเจ๋อเห็นเธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้ กลับชอบอกชอบใจก็เป็นได้ครั้งนี้พ่ายแพ้ ครั้งหน้าแก้ตัวใหม่ก็แล้วกันอวี้เยี่ยนที่อยู่ข้างๆ เริ่มบ่นพึมพำอีกครั้ง : “องค์หญิง หม่อมฉันรู้สึกว่าใต้เท้าซูเป็นคนเจ้าเล่ห์จิตใจลุ่มลึก องค์หญิงอย่าโดนเขาหลอกเข้าล่ะ! คืนนี้เขายังกล้าข่มขู่หม่อมฉัน หม่อมฉันคิดว่าเขาไม่ได้เป็นคนดีอะไรอย่างนั้น คราวหน้าองค์หญิงไปมาหาสู่กับเขาให้น้อยลงจะดีกว่าเพคะ”1081
เฉินเสียนถอนลมหายใจ เพราะเธอเพิ่งรับปากไปว่าอีกสองวันจะเชิญเขาทานข้าว