การไปมาหาสู่ให้น้อยลง ควรจะเริ่มจากตรงไหนดี?หลังจากอาบนํ้าเสร็จแล้วก็สวมใส่ชุดคลุม เฉินเสียนขึ้นไปเอนตัวนอนลงบนเตียงอวี้เยี่ยนห่มผ้านวมให้เธอ ปล่อยมุ้งครอบลง พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “องค์หญิงอย่าทรงคิดมาก รีบพักผ่อนเถอะเพคะ”“เจ้าก็ไปนอนเถอะ”เฉินเสียนพลิกตัวไปมองเจ้าน่องน้อย เธอสอดมือเข้าไปที่ใต้แก้มของเจ้าน่องน้อยเบาๆ ด้วยสีหน้าที่อ่อนโยน จากนั้นก็ดึงเข้ามาสู่อ้อมกอดของเธอไฟในหอนอนยังคงสว่างตลอดจนเคยชินเฉินเสียนปลดขลุ่ยไม้ไผ่จากผ้าคาดเอว แล้วนำมาเล่นเธอค่อยๆ ลูบไล้ลวดลายแกะสลักบนขลุ่ยไม้ไผ่เบาๆ เหตุการณ์ในอดีตบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มักจะเข้ามาในหัวของเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัวมันเกี่ยวข้องกับขลุ่ยไม้ไผ่เลานี้ และเกี่ยวข้องกับซูเจ๋อด้วยคํ่าคืนนี้อาจจะมืดมิดเกินไปกระมัง เพราะฉะนั้นตอนอยู่ที่ตรอกนั่น ตอนที่ซูเจ๋อกอดเธออย่างแนบแน่น เธอถึงได้รู้สึกจิตใจว้าวุ่นขนาดนั้นตอนนี้พอนึกย้อนดูแล้ว ความรู้สึกแบบนั้นเบาบางลงไปไม่น้อยแต่การหายใจของเฉินเสียนยังคงติดขัดไม่โล่งนิ้วมือของเธอกำขลุ่ยไม้ไผ่แน่นอย่างไม่รู้ตัว ขณะที่เธอหลับตาลงนั้น ก็พยายามทิ้งภาพวุ่นวายทั้งหมดออกไปจากสมอง1082
“ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ อย่าได้คิดบุ่มบ่ามเชียว”บางทีหากรู้จักกันนานมากขึ้น อาจจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความคุ้นชินก็เป็นได้ที่เธอมีความรู้สึกกับอ้อมกอดนั้น เป็นเพียงแค่ความรู้สึกที่ต้องการพึ่งพาอย่างหนึ่งก็เท่านั้นเองเพร