ูข้างๆ อวี้เยี่ยน แล้วยกมือขึ้นหยิกแก้มของนาง พร้อมกับพูดขึ้นว่า: “อวี้เยี่ยน ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังเป็นห่วงเรื่องอะไร เจ้าวางใจเถอะ ข้ายังชัดเจนดี อะไรที่ควรหวั่นไหว และอะไรที่ไม่ควรหวั่นไหว”อวี้เยี่ยนที่ยังเป็นกังวล จึงพูดขึ้นอย่างจริงใจว่า : “องค์หญิง ตรงหัวใจนี้ ห้ามหวั่นไหวนะเพคะ”เฉินเสียนจึงหัวเราะขึ้น เธอหรี่ตาลงแล้วมองออกไปนอกเรือน พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “แม้แต่เจ้ายังรู้ดี แล้วข้าองค์หญิงทั้งคนจะสับสนได้อย่างไรกัน เจ้าวางใจอยู่บ้านเถิด ข้าทานมื้อคํ่าเสร็จแล้วก็จะกลับมาทันที”แม่นมซุยมองตามหลังเฉินเสียนที่เดินออกจากสวนสระวสันตฤดูด้วยท่วงท่าอิริยาบถที่สงบและสง่างาม นางจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วจึงพูดขึ้นว่า :“บางครั้งการมีสติชัดเจนเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี”อวี้เยี่ยนจึงตอบกลับไปว่า : “แต่ต้องไม่เป็นเรื่องที่ไม่ดีเจ้าค่ะ”1086
เฉินเสียนมีความคุ้นเคยกับเมืองหลวงนี้มากขึ้น รู้ว่าหอสุราที่ซูเจ๋อนัดนั้นอยู่ที่ไหนแต่ยังไม่ทันที่นางจะเดินเข้าสู่ถนนใหญ่ ก็มีรถม้ามาจอดขวางทางอยู่เฉินเสียนจำคนบังคับรถม้าคนนั้นได้ เป็นคนเดียวกันที่พาเธอและซูเจ๋อไปท่องเที่ยวชมสารทฤดูคนบังคับรถม้าเห็นเฉินเสียนมาแล้ว จึงรีบโค้งตัวทำความเคารพ พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ใต้เท้าสั่งให้ผู้น้อยมารับองค์หญิงโดยเฉพาะ เชิญองค์หญิงขึ้นรถม้าเถอะขอรับ”
1087