ัน เฉินเสียนที่เดินออกมาจากหอนอนด้วยความเบื่อหน่าย เห็นสีหน้าของอวี้เยี่ยนที่เต็มไปด้วยความเศร้า เธอเลิกคิ้วขึ้นสูงแล้วจึงถามขึ้นว่า :“เจ้าว่าใครไปประณามใครกัน?”อวี้เยี่ยนเม้มปากปิดสนิท แล้วจึงพูดขึ้นด้วยความลำบากใจ : “ใต้เท้าซูไม่ให้หม่อมฉันไปกับองค์หญิงด้วย หม่อมฉันรู้สึกว่าใต้เท้าซูและองค์หญิงเป็นชายโสดและหญิงหม้าย จะถูกประณามเอาได้ เพราะฉะนั้นหม่อมฉันจะต้องติดตามองค์หญิงไปด้วยเพคะ”เฉินเสียนรู้สึกตลกมาก จึงพูดขึ้นว่า : “ก็แค่ทานข้าวด้วยกัน ประเดี๋ยวข้าก็กลับมา เจ้าไม่ไปน่ะดีแล้ว ไปแล้วก็ต้องยืนดูข้าทานข้าว กระเพาะของเจ้าไม่หิวแย่หรือ?”แม่นมซุยจึงรีบพูดขึ้นว่า : “นั่นน่ะสิ อวี้เยี่ยน เจ้าอยู่ที่นี่ช่วยข้าดูแลเจ้าน่องน้อย ข้าคนเดียวจัดการไม่ค่อยไหว”อวี้เยี่ยนดื้อดึงพูดต่อไปว่า : “หม่อมฉันทนได้เพคะ”1085
“งั้นเจ้านั่งลงกินกับข้า?” เฉินเสียนหยิบยกเหตุผลขึ้นมาพูด เธอและซูเจ๋อไปทานข้าวด้วยกัน แต่กลับให้อวี้เยี่ยนยืนดูอยู่อย่างงั้น ออกจะไม่ค่อยยุติธรรมอวี้เยี่ยนจึงรีบตอบกลับว่า : “หม่อมฉันมิบังอาจ”“งั้นเจ้าก็อยู่ที่บ้านเถอะ เดี๋ยวพอถึงเวลาอาหาร ยังจะได้ทานมื้อคํ่าพร้อมเอ้อร์เหนียงด้วย ไม่ต้องไปยืนหิวอยู่”เฉินเสียนค่อยๆ เดินลงขั้นบันไดไป อวี้เยี่ยนที่ดูเหมือนมีอะไรจะพูด เธอเลิกคิ้วขึ้นสูง แล้วจึงพูดขึ้นว่า : “จะเป็นงานเลี้ยงขอบคุณหรืองานเลี้ยงแอบแฝงก็ชั่งปะไร ก็แค่ข้าวมื้อเดียว”เธอยืนอย่