“เซียงซั่น เจ้าบอกว่าเจ้าไร้สิ้นทางเลือก แต่ในขณะที่เจ้ากำลังเดินอยู่บนทางที่ไร้ทางเลือกนั้น เจ้ากลับคิดวางแผนหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองได้รับประโยชน์สูงสุด”เฉินเสียนปัดฝุ่นที่เสื้อด้วยความใจเย็นราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วพูดต่อว่า : “ข้าคิดว่าเวลาผ่านไปหลายวัน มันคงจะเพียงพอที่เจ้าจะได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ว่าเจ้าทำอะไรผิด ดูแล้ว เจ้าคงจะไม่ได้สำนึกแม้แต่นิดสินะ เจ้าต้องอยู่ที่นี่เพื่อที่จะเรียนรู้และยอมรับชะตากรรมของตัวเจ้าเอง”พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์ เฉินเสียนจึงหมุนตัวแล้วเดินจากไปเซียงซั่นตะโกนตามหลังดังลั่น : “พระองค์บอกให้หม่อมฉันสำนึกผิดหม่อมฉันก็ต้องสำนึกผิดหรือ หากว่าหม่อมฉันสำนึกผิด แล้วพระองค์จะช่วยหม่อมฉันออกไปจากที่นี่หรือ?”ข้างนอกเสียงดังวุ่นวายเกินไป ถึงแม้ว่าเซียงซั่นจะหัวใจล้มเหลวแตกสลายอยู่ข้างในห้องนั่น ก็ไม่มีผู้ใดได้ยินและถึงแม้จะได้ยิน ก็คงจะไม่มีใครมาสนใจเฉินเสียนหยุดเดิน หมุนตัวกลับไปมองนาง เลิกคิ้วด้วยสีหน้าที่ร้ายกาจพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียหน่อย แต่หลังจากมาในวันนี้ ข้าเปลี่ยนใจแล้ว”เซียงซั่นสีหน้าเปลี่ยนไปทันที หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับพูดขึ้นว่า :“พระองค์เสแสร้งให้น้อยหน่อย พระองค์คิดว่าหม่อมฉันจะเชื่อพระองค์หรือ?วันนี้พระองค์จะไม่สามารถเดินออกจากห้องนี้ไปได้!”1061
เฉินเสียนหรี่ตาลง พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะ?”เ