เซียงซั่นฝืนใจยิ้มด้วยความปวดร้าว กล่าวว่า“องค์หญิงถามว่าใช้ชีวิติได้สมความปรารถนาหรือเพคะ?องค์หญิงมองไม่เห็นหรือ ยังมีอะไรมาเทียบกับหม่อมฉันที่มีชีวิตอยู่ก็เหมือนตายได้เพคะ? องค์หญิงมาดูจุดจบของหม่อมฉันหรือเพคะวันนี้เห็นหม่อมฉันเป็นเช่นนี้แล้ว นับว่ามีความสุขแล้วใช่หรือไม่เพคะ?”เฉินเสียนกล่าวว่า “ถ้าหากข้าพูดว่าข้ามาเยี่ยมเจ้าด้วยความใจจริง เจ้าต้องพูดว่าข้าเสแสร้งทำเป็นเห็นใจเป็นแน่ ก็ถือสะว่าข้ามาหัวเราะเยาะเย้ยเจ้าเถิด ”เซียงซั่นเทนํ้าชาสองแก้ว แก้วหนึ่งให้ตัวเอง อีกแก้วส่งไปที่ด้านข้างมือเฉินเสียน แล้วกล่าวว่า“ในเมื่อองค์หญิงเลือกให้หม่อมฉันปรนนิบัติ หม่อมฉันจำเป็นต้องดูแลองค์หญิงดีๆ เชิญองค์หญิงดื่มนํ้าชาเพคะ อย่ารังเกียจชาของที่นี่เลยนะเพคะ”เฉินเสียนยกขึ้นมาที่ปากกำลังจะดื่ม แล้ววางลง กล่าวว่า “ไปเปิดม่านด้านหลังออกที ระบายอากาศ กลิ่นหอมนี้ฉุนเสียจริง”เซียงซั่นจำใจต้องลุกไปเปิดออกนางหมุนตัวกลับมานั่งลง แล้วกล่าวว่า “ร่างกายขององค์หญิงเป็นหญิง ทำให้พระองค์ลำบากเพื่อที่จะมาหัวเราะเยาะหม่อมฉัน ยังต้องวิ่งมาที่หอหมิงเยว์นี่ด้วย”นางดื่มนํ้าชาหนึ่งกลืน แล้วกล่าวซักถามอีกว่า“หลิ่วเหมยอู่ทราบเรื่องเหล่านี้เป็นเพราะพระองค์พูดใช่หรือไม่เพคะ?”1056
เฉินเสียนกระตุกริมฝีปากขึ้น “ตอนนี้เพิ่งจะมาซักถามเรื่องเหล่านี้ ยังมีความหมายอะไรหรือ”“ถึงแม้ว่าพระองค์ไม่ยอมรับ หม่อมฉันก็รู้ว่าเป็นพระองค