เหมยอู่ได้ลงคอ และคงจะไม่กล้าทำเช่นนี้กับเฉินเสียนเข้าไปใหญ่ เพราะฉะนั้นมีเพียงนางเท่านั้น ที่เป็นเพียงแค่สิ่งของใช้ระบายอารมณ์ของฉินหรูเหลียงเพราะว่านางเกิดเป็นสาวใช้ จึงไร้ซึ่งความสำคัญเซียงซั่นพูดกับตัวเองในกระจก : “องค์หญิง บ่าวไม่มีเจตนาจะไปแก่งแย่งชิงดีกับพระองค์ แต่หากเป็นแบบนี้ต่อไป บ่าวก็อาจจะตายได้เพคะ”เซียงซั่นค่อยๆ แต่งหน้าทาแป้ง จนสวยสดงดงามดูดีขึ้นมาวันนี้แดดดี นางจึงออกไปเดินเล่นนอกเรือน พักอยู่ที่สวนดอกไม้ครู่ใหญ่ แล้วจึงไปยังสวนดอกพุดตานไม่ได้พบเจอมาพักหนึ่ง ร่างกายหลิ่วเหมยอู่ยังคงซูบผอมและอ่อนแอ ที่สวนดอกพุดตานแลดูเปล่าเปลี่ยวและอ้างว้างวังเวงเมื่อศัตรูมาประจันหน้า ดวงตาก็แดงกํ่าขึ้นมาทันทีเซียงซั่นจึงพูดขึ้นว่า : “ข้าไม่ได้จะมาหาเรื่องท่าน เพียงแค่จะมาคุยกับท่านก็เท่านั้น”เซียงซั่นอยู่ที่สวนดอกพุดตานอยู่พักใหญ่ จนเมื่อจวนจะเที่ยงแล้วจึงค่อยกลับไป970
หลังจากเข้าสู่พลบคํ่า อวี้เยี่ยนก็เข้ามาในห้องแล้วพูดกับเฉินเสียนว่า : “องค์หญิง เซียงหลิงมาแล้วเพคะ”เฉินเสียนเลิกคิ้วขึ้นสูง พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ให้นางเข้ามา”เวลาที่เซียงหลิงมีข่าวคราวอะไร ต้องรอให้ฟ้ามืดก่อนเท่านั้น นางถึงจะมาที่สวนสระวสันตฤดูเพียงครู่เดียว อวี้เยี่ยนก็พาเซียงหลิงเข้ามาในห้องเซียงหลิงก้มหน้าย่อตัวทำความเคารพ : “บ่าวถวายบังคมองค์หญิงเพคะ”เฉินเสียนจึงพูดขึ้นว่า : “ดึกขนาดนี้ เจ้ามาที่นี่มีเรื่องอัน