ใด?”“บ่าวจำคำสั่งขององค์หญิงได้ชัดเจน หากมีข่าวคราวอะไร ต้องรีบมารายงานองค์หญิงก่อนเพคะ”“ว่ามา”“วันนี้เซียงซั่นมาที่สวนดอกพุดตาน และได้นั่งคุยกับนายหญิงรองอยู่พักใหญ่เพคะ”เฉินเสียนพูดขึ้นอย่างใจเย็น : “สองคนนั้นไม่ใช่ศัตรูคู่อาฆาตหรอกหรือ หาดูยากจริงๆ ยังจะนั่งลงแล้วคุยกัน อย่างสงบ คุยกันแค่นี้เหรอ?”เซียงหลิงพูดขึ้นต่อว่า : “เซียงซั่นไม่ได้ไปเพื่อคุยโวโอ้อวด แต่ดูเหมือนว่าเซียงซั่น……กับท่านแม่ทัพฉินไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด วันนี้ที่สวนดอกพุดตาน นางได้ถอดเสื้อผ้าต่อหน้าหลิ่วเหมยอู่ บ่าวเห็นเองกับตา ทั้งตัวของนางเต็มไปด้วยรอยฟกชํ้าดำเขียว”เฉินเสียนพูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงเข้มขรึม : “พูดต่อไป”971
เซียงหลิงจึงพูดต่อไปว่า : “หลายวันมานี้ท่านแม่ทัพได้ค้างที่สวนเซียงเสวี่ยตลอด เซียงซั่นพูดว่า……ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของท่านแม่ทัพทั้งนั้น แต่นี่ไม่ใช่ประเด็น เรื่องที่บ่าวตั้งใจจะมาเรียนองค์หญิงก็คือ ในขณะที่ท่านแม่ทัพได้กระทำสิ่งนั้นอย่างบ้าคลั่ง แต่กลับเรียกหาแต่เพียง……ชื่อขององค์หญิงเพคะ”ทุกคนที่อยู่ในห้องสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีหากเป็นผู้หญิงก็จะรู้ความหมายนี่ได้ทันที แล้วเป็นไปได้เหรอที่หลิ่วเหมยอู่จะไม่เข้าใจที่ผ่านมา หลิ่วเหมยอู่ยอมทนให้ฉินหรูเหลียงไปค้างที่หอนอนของเซียงซั่นเป็นบางครั้งบางครา เพราะนางรู้ว่าในใจของเขาไม่มีเซียงซั่น เขาเพียงแค่ไม่พึงใจต้องการเปลี่ยนบรรยากาศแต่หลิ่วเหมยอู่จะไม่ยอมใ