เฉินเสียนประสานมือหลังท้ายทอย พูดขึ้นอย่างใจเย็น : “งั้นข้าก็คงต้องขอบใจท่านมาก ที่เดินทางมาตั้งไกลเพื่อจะมาช่วยข้า”“แค่นี้?”เฉินเสียนยิ้มตาหยี พร้อมพูดขึ้นว่า : “ไม่อย่างงั้นท่านจะเอายังไงอีก เวลานี้ท่านยังต้องเข้าวังเพื่อไปสอนตำรามิใช่รึ”“ใช่ ข้าจะสายแล้ว”“งั้นไว้คราวหน้าข้าค่อยเชิญท่านทานอาหาร ถือเสียว่าเป็นการขอบคุณท่านก็แล้วกัน คงจะได้อยู่มั้ง”จากนั้นทั้งคู่จึงพากันเดินออกจากตรอกทางตันเฉินเสียนเห็นเขาเดินอย่างใจเย็น จึงพูดขึ้นว่า : “ท่านจะสายอยู่แล้ว ทำไมถึงยังเดินเอ้อระเหยลอยชาย ไม่รีบหรือ?”“สายก็สายไปแล้ว รีบไปจะมีประโยชน์อะไร ส่งท่านกลับไปก่อนค่อยว่ากัน?”เมื่อออกจากตรอกมาแล้ว เธอหันไปมองข้างๆ ก็เห็นซูเจ๋อยกมือขึ้นไปบนหน้า เมื่อเขาวางมือลงมาแล้ว จึงพึ่งเห็นว่าเขาได้สวมหน้ากากอีกครั้งเฉินเสียนถามขึ้นว่า : “ไปหาหน้ากากมาจากไหน?”“ซื้อจากตลาดเมื่อครู่นี้ ท่านอยากจะซื้อหรือ?” ทั้งคู่ก็กำลังเดินไปทางร้านขายหน้ากากพอดี962
เฉินเสียนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดขึ้นว่า : “ซื้อไว้สักอันก็ดี เผื่อว่าจะถูกคนกลุ่มนั้นจำหน้าได้”ทั้งคู่จึงพากันสวมหน้ากากที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนไปทั่วตอนนี้ อวี้เยี่ยนและหลิวอีกว้านั่งหมอบอยู่ตรงหัวมุมของตรอกๆหนึ่งอวี้เยี่ยนที่ร้องไห้จนแทบจะเป็นมนุษย์นํ้าตา หลิวอีกว้าที่อายจนเหงื่อท่วมหน้า จึงพูดขึ้นว่า“เจ้าหยุดร้องได้แล้ว ผู้คนที่ตลาดเยอะขนาดนี้ เห็นเข้าจะ