เฉินเสียนหันไปตามเสียงเรียกและเห็นชายผู้หนึ่งซึ่งสวมชุดดำอันคุ้นตายืนอยู่อย่างสงบที่ริมถนนคนปกติที่เห็นการก่อเรื่องวิวาทเช่นนี้ต่างพากันหลบไม่เข้ามายุ่ง มีเพียงเขาที่ยังคงอยู่ในความสงบเพียงแต่ว่าเขาสวมหน้ากากลวดลายแปลกที่ไม่ค่อยมีให้เห็นที่ไหน เป็นหน้ากากที่มีสีสันสวยงามและดูแปลกตา ทว่าปกปิดใบหน้าของเขาได้อย่างสมบูรณ์ เหลือให้เห็นแค่เพียงดวงตาคู่หนึ่งเท่านั้นถึงแม้เฉินเสียนจะมองไม่เห็นหน้า แต่มองแวบแรกเธอก็จำได้ทันทีว่าเขาคือซูเจ๋อเขายืนอยู่คนเดียวและสวมชุดดำอันคุ้นเคย เส้นผมบางส่วนระอยู่บริเวณไหล่ดวงตาเรียวยาวคู่นั้น ทั้งหมดนั้นเธอรู้จักเป็นอย่างดีไม่มีใครเรียกเธอว่า “อาเสียน” นอกจากเขา นํ้าเสียงของเขาละมุนและอบอุ่นราวกับหยก ฟังไพเราะจับใจเฉินเสียนไม่คิดว่าเธอจะเจอเขาที่นี่กลุ่มคนพวกนั้นยกพวกโจมตีเฉินเสียน เฉินเสียนรีบวิ่งไปที่ริมถนนทันทีและลากซูเจ๋อเลี้ยวหนีไปตรงทางแยกแม้จะรับมือกับคนจำนวนมากขนาดนั้นไม่ไหว แต่ตอนนี้มีซูเจ๋ออยู่ด้วย เมื่อสองคนร่วมมือกัน ชัยชนะก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม956
ซูเจ๋อไม่ควรใช้กำลังกับผู้อื่นตอนกลางวันแสกๆ เช่นนี้ ดังนั้นเฉินเสียนจึงล่อคนพวกนั้นจนมาถึงทางตันที่ไม่มีใครเหยียบย่างเข้ามาคนกลุ่มนั้นเคาะกระบองที่ถืออยู่ในมือและปราชิดเข้ามาเรื่อยๆ เอ่ยอย่างมุ่งหวังว่าจะเอาชนะ “ดูสิว่าคราวนี้จะหนีไปไหนได้อีก!”เฉินเสียนผลักซูเจ๋อออกไปและพูดว่า “ช่วยข้าจัดการพวกมันเร็วเ