นอายของไม้กฤษณาโชยมา ทันใดนั้นเฉินเสียนก็รู้สึกว่าพื้นที่เริ่มคับแคบลงเฉินเสียนกล่าวว่า “ท่านรู้อยู่แล้วแล้วมาถามข้าทำไม”แปลก… ทำไมอยู่ๆ เธอจึงรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอขึ้นมาเสียเฉยๆ หรือจะเป็นเพราะส่วนสูงของร่างกายที่ทำให้เธอประสาทหลอนเช่นนี้ซูเจ๋อลดเสียงลงราวกับกระซิบ “ถ้าข้าไม่มองท่านอยู่ ท่านไม่เจาะท้องฟ้าจนเป็นโพรงไปแล้วหรือ หือ?”เฉินเสียนอธิบายกับเขาว่า “ท้องฟ้าเมืองหลวงทั้งสูงทั้งกว้างใหญ่ไพศาล หากข้าเจาะจนเป็นโพรงได้จริง ข้าจะมาดิ้นรนอยู่ที่ตลาดนี่หรือซูเจ๋อ อย่าทำเป็นตื่นเต้นไปหน่อยเลยน่า มันก็แค่การทำให้คนพวกนั้นแค้นและไม่พอใจนิดหน่อยไม่ใช่หรือ เมื่อมีได้ก็ต้องมีเสีย ถ้าอยากเห็นท้องทะเลและผืนฟ้ากว้างต้องเสี่ยงกันหน่อย”“หลายวันมานี้ทำกำไรมาได้เท่าไหร่” ซูเจ๋อถาม959
เฉินเสียนตอบว่า “ไม่กี่ร้อยตำลึง ยังห่างไกลจากเป้าหมายอีกเยอะ”“ท่านขาดเงินขนาดนั้นเลยหรือ”เฉินเสียนเหลือบมองเขา “ท่านไม่มีลูกชายต้องเลี้ยงท่านไม่รู้หรอกว่ามันผลาญเงินขนาดไหน นมของเอ้อร์เหนียงก็ไม่รู้ว่าหมดเมื่อไหร่ ต้องเสียเงินซื้อนมผงอีก พอโตขึ้นมาหน่อยก็ต้องจ่ายค่าเล่าเรียน ค่าเรือน… นี่ยังไม่ได้พูดถึงตอนขอสาวแต่งงานในอนาคตอีกนะ แถมข้าเองก็จะหาใครสักคนมาเป็นคู่ก็ยังต้องใช้เงินอีก”ซูเจ๋อขมวดคิ้วและเอ่ยอย่างขบขันว่า “ค่านม ค่าเล่าเรียน ค่าเรือน ใครบอกว่าท่านต้องทำงานแลก? ถ้านมของเอ้อร์เหนียงไม่พอก็หาแม่นมใหม่ ถ้าอยา