าตั้งให้เอง”เฉินเสียนพูดพลางมองไปที่เขา “ส่วนชื่อแซ่เต็มๆก็ให้พ่อของเขามาตั้ง”เหลียนชิงโจวพูดต่อ”นั้นแน่นอนอยู่แล้ว”“เจ้าอยากอุ้มเขาหรือไม่” เฉินเสียนถามเหลียนชิงโจวสะดุ้งตกใจครู่หนึ่งก่อนจะปฏิเสธได้อย่างนอบน้อม “กระหม่อมยังไม่เคยอุ้มทารกมาก่อนเลย เกรงว่าจะไม่ดี รอให้ท่านชายโตอีกหน่อยเถอะพ่ะย่ะค่ะ…………”และไม่รีรอให้เฉินเสียนพูดอีก เขาก็หันหลังเดินจํ้าอ้าวออกจากเรือนไปเฉินเสียนมองดูเจ้าน่องน้อยของเธออย่างครุ่นคิด เหลียนชิงโจวไม่เข้าใจความหมายที่เธอพูดเหรอ? หรือเธอพูดคลุมเครือเกินไป?หรือเธอควรถามไปอย่างตรงไปตรงมาเลยว่า :เขาใช่พ่อของเจ้าน่องน้อยหรือเปล่า?เมื่ออวี้เยี่ยนเข้ามาเก็บนํ้าชา จึงพูดขึ้นว่า “องค์หญิง คุณชายเหลียนได้เตรียมเสื้อผ้าที่เจ้าน่องน้อยจะสวมใส่ไว้เยอะแยะเลยเพคะ มากเสียจนไม่รู้ว่าสิ้นสุดฤดูกาลนี้จะใส่หมดหรือไม่ บ่าวไปดูมาแล้ว ละลานตามากเลยเพคะ”932
ที่เหลียนชิงโจวถามกลับมาว่ารู้แล้วเหตุใดถึงถามอีก หรือซูเจ๋อจะเป็นคนส่งมาจริงๆ?เธอครุ่นคิดอย่างหนัก แต่ก็ไม่รู้เพราะเหตุใดหัวใจของเธอถึงยังไม่สามารถสงบได้เฉินเสียนบอกให้อวี้เยี่ยนพาแม่นมซุยเข้ามาแม่นมซุยถาม “องหญิงค์เรียกใช้บ่าวหรือเพคะ”เฉินเสียนพลางส่งเจ้าน่องน้อยให้นางป้อนนม พลางถามอย่างสงสัย “ก่อนที่คุณชายเหลียนจะออกไปได้เตือนข้าว่า หากข้ามีเรื่องอะไรก็ให้เอ้อร์เหนียงไปเชิญใต้เท้าซูมา ข้าถึงได้คิดขึ้นมาได้ว่า ช่วงนี้ซูเจ๋อร