ับรู้เรื่องราวการเคลื่อนไหวของข้าได้ตลอด หรือเป็นแค่เรื่องบังเอิญ?”แม่นมซุยตอบด้วยรอยยิ้มแห้งๆ “อะ อาจจะเพราะเรื่องบังเอิญเพคะ………”เฉินเสียนจ้องมองจังหวะการตอบของนาง “เอ้อร์เหนียง ข้าไม่สนว่าใครจะส่งเจ้ามา แต่ตอนนี้เจ้าเป็นคนของข้า ประการแรกเจ้าต้องเชื่อฟังข้า ต่อไปไม่ต้องบอกเรื่องของข้าให้คนนอกรับรู้ อย่าให้ข้าต้องรู้สึกเหมือนถูกจับตามอง เข้าใจหรือไม่?”แม่นมซุยตอบด้วยสีหน้าปกติ “หม่อมฉัน ทราบแล้วเพคะ”เข้าสู่ช่วงฟ้ามืด เหลียนชิงโจวปรากฏตัวในห้องตำราของซูเจ๋อหลังม่านไม่ไผ่ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายไม้กฤษณาในมือซูเจ๋อกำลังจุ่มพู่กันลงในหมึก เขียนอักษรสองสามตัวลงในกระดาษสา—– เย่เหลียง933
เขาวางพู่กันอย่างเงียบๆ และเอ่ยขึ้น “ตอบคำถามของอาเสียนทั้งหมดแล้วหรือไม่?”เหลียนชิงโจวตอบ “ศิษย์พูดไปหมดแล้ว เพียงแต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ศิษย์ไม่เข้าใจ”ซูเจ๋อไม่มีท่าทางประหลาดใจแม้แต่น้อย เพียงส่งเสียง”อืม”อันแผ่วเบาเท่านั้นเหลียนชิงโจวจึงพูดอีกว่า “อาจารย์ไม่อยากให้องค์หญิงกลับไปสานสัมพันธ์กับฉินหรูเหลียง เหตุใดอาจารย์ถึงยังเล่าเรื่องในอดีตขององค์หญิงกับฉินหรูเหลียงอีก?”“ฉินหรูเหลียงก็เหมือนคมมีด ต้องมาคอยดูว่าสุดท้ายแล้วจะไปโดนมือผู้ใด”“หรือ……อาจารย์ไม่กลัวว่าองค์หญิงจะหวนคืนสู่ความรู้สึกเก่าๆที่มีต่อเขา?”ซูเจ๋อจ้องมองไปยังหุ่นที่อยู่มุมโต๊ะ เป็นสิ่งที่เฉินเสียนใช้เวลาอยู่นานมากในการแกะสลักแววตาของเขา