เสียนกำลังจดจ่ออยู่กับการมองไม้ในฝ่ามือค่อยๆ ปรากฏเป็นโครงร่างของซูเจ๋อ แล้วอยู่ๆ ก็ถามขึ้นมาอย่างแผ่วเบาว่า “เหตุใดเมื่อหลายปีก่อนท่านจึงถูกตามล่าจนบาดเจ็บสาหัสหรือ”ลมหายใจของซูเจ๋อระอยู่ที่ต้นคอของเฉินเสียนอย่างนุ่มนวลและอ้อยอิ่ง เขากล่าวว่า “การเปลี่ยนถ่ายอำนาจการปกครอง เมื่อมีการเปลี่ยนราชวงศ์ย่อมมีการนองเลือดเพื่อเสียสละ เพียงแต่ข้าโชคดีและรอดชีวิตมาได้”เขาเอ่ยอย่างสบายๆ ราวกับว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับตัวเอง ทว่าหัวใจของเฉินเสียนกลับหดเกร็งเมื่อได้ฟัง “ท่านมีส่วนร่วมในความวุ่นวายของราชสำนัก?”“ข้าเป็นเพียงขุนนางฝ่ายพลเรือนที่อ่อนแอ” เฉินเสียนอยากจะถามต่อแต่ซูเจ๋อกลับกราชับมือเธอและเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “มีสมาธิหน่อย ถ้าแกะคิ้วข้าเบี้ยวขึ้นมาละก็น่าเกลียดแย่”อาจเป็นเพราะเฉินเสียนเริ่มหมกมุ่น หลังจากนั้นเธอจึงไม่ได้ถามอะไรอีกเธอตั้งตารอดูการปรากกฎตัวที่สมบูรณ์แบบของซูเจ๋อในมือของเธอเธอคล้อยตามคำพูดของซูเจ๋อที่ว่า ยิ่งชอบมากเท่าไรก็ยิ่งต้องตั้งใจทำอย่างประณีตมากเท่านั้น และเธอไม่ยอมพลาดทุกรายละเอียดเวลาล่วงมาจนมืดคํ่าโดยไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว912
ซูเจ๋อเตือนเธออยู่หลายครั้งกว่าเธอจะยอมกลับไปพักผ่อนที่ห้องกว่าจะแกะสลักได้เป็นโครงเป็นร่าง เวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงเที่ยงคืนเฉินเสียนขมวดคิ้วมองอยู่ครู่ใหญ่ทว่าก็ยังหาเสน่ห์ของซูเจ๋อไม่เจอ เธอรู้สึกห่อเหี่ยวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ซูเจ๋อหยิบหุ่นกร