ขณะที่ซูเจ๋อเดินเข้ามาใกล้ เฉินเสียนก็หันกลับมาและเอากริชชี้ไปที่เขา “ถ้าท่านเข้ามาใกล้อีกละก็ ระวังข้าจะฟาดท่านจริงๆ ด้วย”“งั้นข้าไม่เข้าไปแล้วก็ได้”เฉินเสียนรู้สึกว่าความเปียกชื้นยังคงไหลออกมาเรื่อยๆ เธอผละไปจากตรงนั้นพลางบอกว่า “ท่านรออยู่ตรงนั้นละ ข้าจะไปจัดการทำความสะอาดเอง”ซูเจ๋อถามว่า “นำนํ้าจากลำธารมาทำความสะอาดน่ะหรือ”“ถ้าไม่ทำอย่างนั้นจะทำอย่างไรได้อีกเล่า!”“ไม่ได้ นํ้าในลำธารเย็นเกินไป ท่านจะไม่สบาย”ซูเจ๋อเดินเข้ามาจากทางด้านหลัง เฉินเสียนอยากจะหยิบกริชขึ้นมาทำร้ายเขาเสียจริงแต่ว่าทำไม่ลง และเธอก็ไม่อยากทำร้ายเขาด้วย เธอบังคับมือและเท้าไม่ได้ ผลก็คือเขาชิงกริชไปได้และใส่กลับลงฝักด้วยความรวดเร็ว จากนั้นจึงคว้ามือของเธอไว้และหันหลังเดินลงไปจากภูเขาซูเจ๋อเอ่ยว่า “ไม่ต้องห่วง ข้าไม่มองหรอก”เฉินเสียนรู้สึกว่าไม่มีเรื่องไหนจะน่าขายหน้าเท่าวันนี้อีกแล้วเธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตามซูเจ๋อไป โชคดีที่เธอเดินอยู่ข้างหลังและซูเจ๋อก็ไม่ได้หันกลับมามอง เขาจึงไม่เห็นความอึดอัดใจของเธอเมื่อลงมาถึงข้างล่าง บริเวณหน้าอกของเฉินเสียนก็เปียกเป็นวงกว้าง904
ใกล้ถึงเวลาพลบคํ่า ดวงอาทิตย์กำลังหายลับไปในหุบเขาแดดเริ่มอ่อนแสงลงและลมหนาวในยามสารทฤดูก็ทำให้เฉินเสียนรู้สึกหนาวขึ้นมาซูเจ๋อยืนอยู่ที่เชิงเขา เขาหันหลังให้เฉินเสียนและถอดเสื้อคลุมออก จากนั้นจึงยื่นเสื้อคลุมนั้นมาคลุมร่างกายของเธอไว้เฉ