ินเสียนรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากเรือนกายของเขาที่กระทบลงมา เธอตกใจและชะงักไปเล็กน้อยซูเจ๋อหันกลับมาและกราชับเสื้อคลุมให้ จากนั้นจึงกล่าวว่า “แบบนี้ข้าก็จะไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ท่านเองก็จะอุ่นขึ้นด้วย”เขาเอื้อมมือไปใต้เสื้อคลุมและกุมมือของเฉินเสียนไว้แน่น จากนั้นจึงจูงเธอเดินไปบนถนนที่เงียบเหงาและเปล่าเปลี่ยวบนถนนสายนี้ไม่มีใครเลยสักคนแสงอาทิตย์ยามอัสดงทำให้เงาของทั้งสองคนทอดยาวออกไป และสุดท้ายก็ไปทาบทับกันอยู่กลางทุ่งนาลมที่ปะทะมาจากทางด้านหน้าทำให้ชายผ้าและผมของซูเจ๋อเปิดขึ้นมา ชายผ้าที่แขนเสื้อของเขาโบกสะบัดและพาดลงมาบนมือของเฉินเสียน สัมผัสนั้นเบาบางและนุ่มนวลราวกับการกระพือปีกของผีเสื้อมือข้างหนึ่งของเฉินเสียนถูกเขากุมไว้ ในขณะที่มืออีกข้างใช้รวบกราชับเสื้อคลุม เธอถามว่า “ท่านหนาวไหม”ซูเจ๋อหรี่ตาลงท่ามกลางสายลม เขายิ้มน้อยๆ และเอ่ยด้วยนํ้าเสียงที่ชวนให้เคลิบเคลิ้ม “หัวใจอบอุ่น จะหนาวได้อย่างไร”905
เฉินเสียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เธอพบว่าแสงอาทิตย์ยามอัสดงที่ฉาบฉายอยู่บนแผ่นหลังของเขาให้ความรู้สึกที่มั่นคงและพึ่งพาได้อย่างบอกไม่ถูกนี่คือช่วงแห่งสารทฤดูที่แท้จริง เสื้อผ้าของเธอเปียกชื้นและมันทำให้เธอรู้สึกหนาวเล็กน้อยในฤดูอันหนาวเหน็บเช่นนี้แต่มือที่กุมมือของเธออยู่ใต้เสื้อคลุมนั้นอบอุ่นราวกับแสงอาทิตย์ยามวสันตฤดูเมื่อหัวใจของเธอคิดว่าหัวใจของเขาอบอุ่นแค่ไหน ทีละน้อยๆ… เธอก็ไม่รู้สึกหนาวอ