ีกต่อไปไม่มีรถม้ามารับพวกเขาเลยตลอดทาง ดูเหมือนซูเจ๋อเองก็ไม่ได้คิดจะพาเธอกลับไปที่เมืองหลวงพวกเขาเดินออกจากถนนหลวงและตรงไปตามคันนาเล็กๆ หลังจากเดินอ้อมเนินดินลูกหนึ่งไปก็ไปเจอหมู่บ้านแห่งหนึ่งอยู่ด้านหลังเนิน ซึ่งเวลานี้กำลังมีกลุ่มควันลอยโขมงผู้คนกำลังทำอาหาร เมฆหลากสีในยามเย็น สายลมโชยและท้องฟ้าสีครามเมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปก็จะเห็นความงดงามอันน่าทึ่ง เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามราวกับภาพวาดเป็นโลกที่สวยตระการตาไม่มีสิ่งใดเทียบ“ทำไมไม่ตรงกลับเข้าเมือง มาที่นี่ทำไม” เฉินเสียนถามซูเจ๋อกล่าวว่า “ฟ้ามืดแล้ว อีกไม่นานประตูเมืองก็จะปิด ถึงกลับไปตอนนี้ก็ไม่ทัน”“เรานั่งรถม้าได้”906
ซูเจ๋อหรี่ตาและเอ่ยว่า “ที่ชานเขามีรถม้าให้ท่านนั่งที่ไหนกัน”“แล้วรถม้าที่เรานั่งมาล่ะ”“ข้าบอกให้เขากลับไปก่อนแล้ว”เฉินเสียนเอ่ยอย่างโกรธๆ ว่า “ข้าว่าท่านต้องตั้งใจแน่ๆ ท่านตั้งใจไว้แต่แรกว่าจะไม่กลับวันนี้ใช่ไหม! ท่านอยู่คนเดียวจึงไม่สนใจ แต่ข้ายังมีครอบครัว เจ้าน่องน้อยกับอวี้เยี่ยนและเอ้อร์เหนียงกำลังรอข้าอยู่ ข้าต้องกลับคืนนี้! พอไปถึงหมู่บ้านข้าจะลองดูว่าจะหายืมรถมาใช้ได้ไหม ถ้ารีบหน่อยบางทีอาจจะกลับเมืองทันก็ได้”“เอ้อร์เหนียงกับอวี้เยี่ยนจะดูแลเจ้าน่องน้อยอย่างดี ท่านยังไม่วางใจอีกหรือ”“แน่นอนว่าข้าไม่วางใจ!”“เทียบกับสิ่งนี้ ท่านกำลังกังวลว่าฉินหรูเหลียงจะซักไซ้ไล่เลียงท่านทั้งคืนไม่ยอมปล่อย หรือว่าไม่วางใจที่จะค