ีแววของความก้าวร้าวซุกซ่อนอยู่ในแววตานัยน์ตาสีหมึกของซูเจ๋อหรี่แสงทันใดนั้นมืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ยื่นไปที่คอของซูเจ๋อ ไม่รู้ว่ากริชถูกถอดจากฝักและมาอยู่ในมือเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ และตอนนี้มันจ่ออยู่ใกล้ๆ กับชุดของเขา“ถึงจะเป็นศัตรู แต่ก็มีช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายที่เผยให้เห็นช่องโหว่เสมอ”901
ซูเจ๋อเป็นเหมือนปลาที่อยู่บนเขียง เขายังคงยิ้มด้วยรอยยิ้มที่น่ามองและกล่าวว่า “อาเสียน ครั้งนี้ท่านชนะ ข้าจะยอมให้ท่านโจมตีสองสามทีโดยที่ข้าจะไม่ตอบโต้”เฉินเสียนเหลือบมองไปทั่วร่างของซูเจ๋อแล้วถามว่า “ควรจะเริ่มจากตรงไหนดีนะ”ครั้นแล้วเธอก็พบว่าที่ไหนก็ไม่เหมาะจะลงมือทั้งนั้น จะเริ่มที่หน้า ใบหน้านี้ก็ดูดีเกินไปจนทำไม่ลงขณะที่เธอกำลังลังเลอยู่นั้น อยู่ๆ ซูเจ๋อก็คว้าข้อมือข้างที่เธอถือกริชเอาไว้และกดลงไปด้านข้างเฉินเสียนถลึงตามองเขา “ท่านโกงอีกแล้ว!”ซูเจ๋อหัวเราะเบาๆ “ศึกไม่หน่ายเล่ห์… การหลอกลวงคือส่วนหนึ่งของการต่อสู้ในสนามรบ”ขณะที่เฉินเสียนกำลังออกแรงดึงกลับ อยู่ๆ เธอก็ชะงักและตัวแข็งทื่ออยู่บนตัวของซูเจ๋อทันใดนั้นเธอก็รู้สึกถึงความอุ่นชื้นที่ไหลล้นออกมาจากหน้าอกซึ่งทะลักออกมาราวกับลาวาที่ปะทุออกมาจากภูเขาไฟเฉินเสียนมองซูเจ๋อด้วยใบหน้าที่แข็งทื่อ เธอไม่มีประสบการณ์โดยสิ้นเชิงในขณะที่ซูเจ๋อพูดอย่างสบายๆ ว่า “อาเสียน ท่านเปียก”เฉินเสียนก้มลงมองหน้าอกของตนเองและพบว่ามีรอยเปียกซึมออกมาบนเสื้อของเธอ