เมื่อมองดูรอยยิ้มตาหยีที่ดูไร้พิษภัยของจางอวิ๋นที่ยืนอยู่ตรงหน้า กู่หงเหวินและปุโรหิตสามกลับรู้สึกเหมือนเห็นยมทูตกำลังกวักมือเรียก หนังหน้าของทั้งสองกระตุกยิกๆ ในใจผุดขึ้นมาเพียงคำเดียว…
สิ้นหวัง!
หนีไม่รอดแล้ว!
ตูม! ตูม!
จางอวิ๋นไม่เสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง เขาควบแน่นพลังอูสีน้ำเงินเข้มข้นสองสาย เข้าห่อหุ้มพันธนาการร่างของทั้งคู่ไว้อย่างแน่นหนา เหลือโผล่ออกมาเพียงแค่ศีรษะ
จากนั้นเขาถึงได้ฉีกยิ้มกว้าง เอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ ราวกับคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ
“ตอนนี้พวกท่านมีสองทางเลือก… จะยอมสยบต่อข้าแต่โดยดี หรือจะเลือกความตาย!”
“…”
กู่หงเหวินและปุโรหิตสามต่างตกอยู่ในความเงียบกริบ
แต่พอเงียบปุ๊บ ก็สัมผัสได้ทันทีว่าพลังอูสีน้ำเงินเข้มที่ห่อหุ้มร่างอยู่เริ่มบีบอัดเข้ามา ราวกับคีมเหล็กขนาดยักษ์ที่กำลังจะบดขยี้ร่างเนื้อของพวกเขาให้ระเบิดคาที่
“ข้ายอมสยบก็ได้! แต่ข้ามีข้อสงสัยอย่างหนึ่ง…”
ปุโรหิตสามรีบเอ่ยปากอย่างลนลาน สายตาอดไม่ได้ที่จะเหลือบไปมองอู๋ไห่ไห่ในอ้อมแขนจางอวิ๋นด้วยความหวาดระแวง
“เด็กคนนี้… มีฐานะความเป็นมาอย่างไรกันแน่?”
จางอวิ๋นยิ้มตอบอย่างภาคภูมิใจ “เขาคือศิษย์คนที่สี่ของข้า นามว่า ‘อู๋