นไปถึงครึ่งของสันเขา ทำให้มองเห็นใบเมเปิ้ลสีแดงราวกับเปลวไฟนั้นปกคลุมเต็มไปทั่วทุกพื้นที่แสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านใบไม้ลงมา ทำให้สถานที่แห่งนี้เงียบมากชุดสีดำของซูเจ๋อปลิวไสว ผมข้างหลังที่ยาวสีดำนั้นปลิวไปตามลม ภายในสายลมนั้นดูแล้วอ่อนนุ่มหลังจากมองอยู่นาน ระหว่างพื้นที่ที่สีแดงฉานกับท้องฟ้า ดูเหมือนกับจะมีเพียงแค่เขาที่เป็นสีสันอื่นยิ่งเดินลึกเข้าไป พื้นดินยิ่งเรียบ ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่สลับกัน เฉินเสียนก็พบเห็นหุ่นไม้สามหัวหกแขนอยู่ระหว่างกลางด้วยจิตใต้สำนึกของเฉินเสียนนั้นก็รู้ทันทีว่านั้นคือหุ่นไม้ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อจำลองมือและเท้า ไว้สำหรับผู้มีวิทยายุทธใช้ฝึกฝนวิชากันและอีกอย่าง ในจิตใต้สำนึกของเฉินเสียนไม่ได้รู้สึกว่าหุ่นไม้นั้นเป็นคนแปลกหน้าเฉินเสียนรู้สึกเกิดความสงสัยขัดแย้งขึ้นมา ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “เดิมทีแล้วท่านไม่ได้พาข้ามาชมทิวทัศน์”ซูเจ๋อก็เดินไป เห็นได้ชัดว่าเขาใช้มือลูบไปที่หุ่นไม้นั้น แล้วพูดว่า “รู้สึกผิดหวังหรือ?”เขาหมุนตัวกลับมา กระซิบกับเธอระหว่างที่ใบไม้ตกลงมา “หรือว่าท่านจะชอบใช้ชีวิตกับข้ามากกว่า?”886
เฉินเสียนกัดฟันแน่น รู้สึกคันหัวขึ้นมาทันทีแล้วพูดว่า “ข้าชอบทะเลาะกับท่านมากกว่า”ซูเจ๋อพูดต่อว่า “มา ถ้าท่านต่อสู้ชนะมัน ข้าจะร่วมต่อสู้กับท่าน”“ไม่ว่าจะยากแค่ไหน ถ้ามันยังไม่ขยับ ข้าก็จะใช้เท้าถีบมัน”“จริงหรือ งั้นท่านลองดู” ซูเจ๋อหรี่ตาแล้วมองลึกลงไปทันใดนั้นเฉินเ