เถอะ”เฉินเสียนเปิดประตูลานบ้านออก เมื่อเพิ่งจะเดินออกจากลานบ้าน ก็ต้องหยุดฝีเท้าลงผนังกำแพงของตรอกที่ทรุดโทรมนั้นถูกปกคลุมไปด้วยสีเขียวของตะไคร้ มีคนคนหนึ่งยืนพิงกำแพงอยู่เฉินเสียนมองจากทางด้านข้าง หรี่ตามองแล้วหรี่ตามองอีก เห็นเขาใส่ชุดสีดำผมสีดำ ขาข้างหนึ่งพิงกำแพงอยู่ มือขาวสะอาดกำลังควงสิ่งของสีเขียวชอุ่มอยู่ ที่ปากยังคาบไว้อยู่อีกอันหนึ่งด้านข้างนั้นดูโดดเด่นไร้ที่ติ ดวงตาที่แคบยาวจิตใจจดจ่อกับสิ่งที่อยู่บนมือรูปร่างของเขาราวกับเป็นแสงสว่าง ส่องแสงให้ตรอกเส้นนี้สว่างไปทั้งตรอกเฉินเสียนพูดกับเขาว่า “ซูเจ๋อ ท่านมาอยู่ที่นี้ได้อย่างไร?”ซูเจ๋อเงยหน้าขึ้นมา แล้วยิ้มให้กับองค์หญิง “โอ้ บังเอิญเสียจริง”เฉินเสียนกระตุกมุมปาก “บังเอิญที่ไหนกัน ท่านอย่ามาพูดว่านี่การพบกันโดยบังเอิญ”874
ซูเจ๋อพูดอย่างไม่กลัวเกรงว่า “ข้าบังเอิญมาแถวนี้จริงๆ องค์หญิงตามหาคนที่องค์หญิงหาพบหรือยัง?”เฉินเสียนพูดอย่างแผ่วเบาว่า “ปล่อยเขาไปแล้ว”ซูเจ๋อพูด “โอ้ จริงหรอ น่าเสียดายเสียจริง”เธอไม่พบพิรุธอะไรบนใบหน้าของเขาแม้แต่น้อย แต่ทำไมซูเจ๋อถึงรู้จักสถานที่แห่งนี้ได้?ซูเจ๋อวางมือลง แล้วกางมือออกมามอบให้เฉินเสียน นั่นคือจิ้งหรีดตัวหนึ่งที่ถูกถักทออย่างประณีตมากซูเจ๋อพูดขึ้นมาว่า “บรรยากาศสารทฤดูนี้น่าสนุก ข้าสามารถชวนท่านไปท่องเที่ยวชมสารทฤดูด้วยกันได้หรือไม่?”แสงแดดที่ส่องทแยงมุมลงมาจากด้านบนกำแพง ส่องลงบนใบหน้า