ขณะที่เกิดการเคลื่อนไหวริมทะเลสาบ เป็นเวลาเดียวกันกับที่ทหารยามลาดตระเวนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้นับตั้งแต่ที่นักฆ่าปรากฏตัวที่จวนแม่ทัพคราวที่แล้ว ทหารยามก็เพิ่มความระมัดระวังขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงกลางคืนและต้องออกลาดตระเวนทุกๆ สองชั่วโมงเมื่อเห็นทหารยามมุ่งหน้าเข้ามาใกล้ เซียงหลิงก็ดูเหมือนจะมีความหวังขึ้นมาริบหรี่ นางเริ่มดิ้นรนอย่างดุเดือด อ้าปากหวังจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลับทำได้แค่ส่งเสียงอู้อี้ในลำคอเท่านั้นเฉินเสียนหันไปมองแสงเพลิงซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ใบหน้าสวยใสกลับแลดูคล้ายปีศาจเมื่ออยู่ท่ามกลางแสงราตรีเช่นนี้เธอกระซิบเบาๆ แนบหูของเซียงหลิงว่า “จะร้องขอความช่วยเหลือ? เซียงหลิง ไม่มีใครช่วยเจ้าได้นอกจากตัวเจ้าเอง” พูดจบเฉินเสียนก็ใช้มือข้างหนึ่งยกเซียงหลิงขึ้นมา เธอหมุนตัวและหิ้วนางยื่นออกไปนอกศาลาทันทีปลายเท้าของนางห้อยลงสู่ทะเลสาบอันเงียบสงบเฉินเสียนกล่าวว่า “อยู่เฉยๆ เถิด ไม่เช่นนั้นข้าอาจจะปล่อยมือโดยไม่ทันระวัง”เซียงหลิงหวาดกลัวจนตัวเกร็งและไม่กล้าดิ้นรน860
ทหารยามเดินตรวจตรามาถึงศาลาแห่งนี้พอดี เมื่อเห็นว่ามีคนอยู่จึงถามขึ้นมา “นั่นใครน่ะ”อวี้เยี่ยนคอยเฝ้าระวังอยู่ที่นั่นอย่างแข็งขัน เมื่อได้ยินดังนั้นจึงหันไปมองที่ศาลาและตอบอย่างสบายๆ ว่า “ลำบากพวกท่านแย่เลย ที่อยู่ในศาลาคือองค์หญิงของข้าเอง คืนนี้องค์หญิงนอนไม่หลับ พระองค์จึงมารับลมที่ศาลาแห่งนี้”เมื่อมองไปด้านในศาล