าก็เห็นแค่เงาร่างของเฉินเสียนเพียงคนเดียวเนื่องจากเฉินเสียนหันหลังให้พวกเขาและใช้มือจับเซียงหลิงหย่อนไว้ริมทะเลสาบ ร่างของเธอจึงบดบังร่างของเซียงหลิงไว้พอดี ดังนั้นจึงไม่มีใครสังเกตเห็นเซียงหลิงที่ชีวิตกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายแม้ทหารยามจะเห็นไม่ชัดว่าบุคคลที่อยู่ในศาลาใช่องค์หญิงจริงๆ หรือไม่ แต่รูปร่างหน้าตาของอวี้เยี่ยนก็ปรากฏอยู่ภายใต้แสงไฟอย่างชัดเจน และนางก็เป็นสาวใช้คนสนิทขององค์หญิงจริงๆง่ายดั่งใจคิด ทหารยามไม่ติดใจสงสัยอะไรและพูดเพียงว่า “กลางคํ่ากลางคืนเช่นนี้มันอันตราย องค์หญิงควรกลับไปพักผ่อนได้แล้ว” จากนั้นจึงเดินผ่านศาลาและไปลาดตระเวนที่อื่นดวงตาของเฉินเสียนเยียบเย็น เธอกล่าวกับเซียงหลิงว่า “เรามาคุยเรื่องของเรากันต่อดีกว่า หมอที่มารักษาหลิ่วเหมยอู่ตอนนั้นเป็นใครมาจากไหน แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”“คิดให้ดีก่อนแล้วค่อยตอบ หรือเจ้าจะเลือกไม่ตอบก็ได้ มีโอกาสแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น” เฉินเสียนมองใบหน้าอันขาวซีดของเซียงหลิงภายใต้แสงจันทร์กระจ่าง “ถ้าเจ้าไม่พูด เก็บเจ้าไว้ก็ไม่มีประโยชน์”861
เซียงหลิงหลับตาปี๋ นางตัวสั่นสะท้านและเอ่ยอย่างยากลำบากว่า “บ่าว… จะบอก… องค์หญิงโปรดไว้ชีวิต…”เฉินเสียนเลิกคิ้ว เธอหดแขนกลับมาและปล่อยเซียงหลิงลงกับพื้นทั้งอย่างนั้นเซียงหลิงหมอบคุดคู้อยู่บนพื้นและใช้มือลูบลำคอของตนเอง ยังคงรู้สึกถึงความเยือกเย็นของนาทีเฉียดตายเมื่อครู่นี้ นางไอโขลกไม