ลับกันไปในที่สุดก็รับประทานบะหมี่หมดชามตอนที่เฉินเสียนและซูเจ๋อออกไป เถ้าแก่ที่อยู่ยืนด้านหลังยิ้มแล้วกล่าวว่า“ท่านทั้งสองเดินช้าๆ นะขอรับ ยินดีต้อนรับกลับมาครั้งหน้า”บะหมี่ที่รับประทานยากเย็นขนาดนี้ เธอไม่ได้โง่ จะให้กลับมาอีกงั้นหรือ?ตอนที่เดินมาตามริมแม่นํ้ากลับมายังถนน บนถนนมีแสงไฟสลัว ยิ่งดึก ผู้คนบนท้องถนนยิ่งเบาบางลงเฉินเสียนไม่เห็นอวี้เยี่ยนและแม่นมซุยตลอดทาง ไม่รู้ว่ากลับไปจวนแล้วหรือยังเฉินเสียนกล่าวลาซูเจ๋อที่ถนน “คืนนี้พอเท่านี้ ข้ากลับล่ะ”ซูเจ๋อไม่ได้เอ่ยคำใด เพียงแค่ยืนมองเธอเธอกล่าวอีกครั้ง “ท่านก็รีบกลับไปพักผ่อนเถิด”ภายใต้หน้ากากนั้น เขายิ้มจางๆ “ท่านเป็นเช่นตอนนี้ ดียิ่งนัก”“หือ? ” เฉินเสียนเหล่มอง มองย้อนกลับที่เขาอย่างไม่เข้าใจ824
เขาทอดมองผ่านไหล่ของเฉินเสียนออกไป “ท่านมองดูด้านหลังสิ ผู้ใดกลับมา? ”เมื่อได้ยินเช่นนั้นเฉินเสียนจึงหันหลังกลับไป บังเอิญเห็นเงาของใครบางคนเดินข้ามถนนมาแสงไฟสลัวตกกระทบลงบนตัวเขา ทำให้เงาสูงยาวราวกับต้นสน ย่างก้าวที่ดูสงบทอดยาวเขาไม่ได้สวมหน้าหน้ากาก มองเพียงแวบเดียวก็รู้ได้ชัดเจน ฉินหรูเหลียงเวลานี้ยังมาเดินตามท้องถนน สัมผัสได้ว่าเพิ่งกลับมาจากงานเลี้ยงในวังเพียงแค่ไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะไม่นั่งรถม้า แต่เลือกที่จะเดินแทนหรือว่าอยากชื่นชมวิถีชีวิตยามคํ่าคืนในสารทฤดูที่แสนมีชีวิตชีวางั้นหรือ?ฉินหรูเหลียงรับรู้ถึงสายตาที่จ้องมองมาบนถนน จึง