เฉินเสียนกลอกตาไปมา “นั้นก็เพราะข้ารู้ว่าคนเราไม่อาจตัดสินกันที่หน้าตาและท่านจิตใจไม่ดี!”ซูเจ๋อกล่าวด้วยท่าทีสบายๆ “ข้าคิดว่าข้าใสซื่อนะ”“ใสซื่อ กล่าวไปเรื่อยไม่มีหลักฐาน”ในขณะที่เฉินเสียนนั้นมีความคิดที่อยากดูซูเจ๋อไปเกี้ยวหญิง ซูเจ๋อจึงใช้กลอุบายเดียวกันนี้กับเธอ หญิงสาวที่อยู่ในการละเล่นบทกวีเห็นหมดแล้ว และยังคิดว่าพวกเขากำลังเกี้ยวพาราสีกันอีกน่าเบื่อหน่ายจริงๆเฉินเสียนกล่าวอีกครั้ง “จากนี้อย่าหวังว่าข้าจะสอนเคล็ดลับการเกี้ยวสาวให้ท่านอีก หรือท่านไม่อยากไปทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ท่านไม่สละโสดข้าละเสียดายแทนท่านเสียจริง”ซูเจ๋อพยักหน้า “อืม ท่านพูดถูก”ทั้งสองเดินไปตามริมตลิ่งอีกสักพัก ห่างจากการละเล่นบทกวีที่เฉิดฉายงดงามนั้น มาที่ซุ้มขายของด้านหน้าอาหารมื้อคํ่าในนั้นมีมากมาย คนที่หิวระหว่างเดินเล่นริมแม่นํ้าก็สั่งอาหารที่เดินผ่านไปมารับประทานได้เฉินเสียนได้กลิ่นหอมลอยมา เริ่มหิวขึ้นมาบ้างแล้ว816
ไม่รอให้เธอได้เอ่ยปาก ซูเจ๋อก็ชิงกล่าวขึ้นมาเสียก่อน “ข้าหิวแล้ว เราไปทานบะหมี่กันเถิด”เขาพาเฉินเสียนเดินไปที่ซุ้มขายบะหมี่ตอนที่เฉินเสียนเดินเข้าไปในเพิง เห็นป้ายตั้งอยู่ที่หน้าประตูซุ้ม——บะหมี่ใจเดียวกันเธอยังคงงุนงง เพียงแค่เข้ามาทานบะหมี่ในเพิงจำเป็นต้องหรูหราขนาดนี้เชียวหรือ?เมื่อก้าวเข้าไปนั่ง เฉินเสียนก็พบว่า ที่นั่งทานบะหมี่อยู่ในที่นี้มีเพียงคู่ชายหญิงเป็นเวลาเดียวกันที่เถ้าแก่เข้า