ไม่ทันตั้งตัว ดูเหมือนว่านอกจากเหลียนชิงโจวแล้ว เธอก็ไม่มีผู้อื่นอีกภายใต้แสงสีมากมายละลานตา เธอไม่อาจบอกสีเสื้อผ้าของเขาได้เลย คิดว่ามันเข้มพอๆ กับสีเสื้อผ้าของเหลียนชิงโจว กลิ่นเขม่าไฟในอากาศครอบงำการรับรู้กลิ่นของเธอ จึงไม่อาจแยกกลิ่นลมหายใจของคนรอบข้างได้ชั่วขณะเธอเดินตามเขาไปข้างหน้าบางคนเดินตามมังกรไฟอยู่สักพักก็ยอมแพ้ ด้วยความรู้สึกที่ว่าไม่อยากเดินไปไกลจากบ้านนักแต่เฉินเสียนกลับคิดว่าในเมื่อออกมาเล่นได้สักครั้งหนึ่ง แน่นอนว่าต้องมีความสุขให้เต็มที่805
เธอจูงคนข้างๆ เดินไปกลางถนนตรงส่วนหางของมังกรไฟ แล้วตะโกนขึ้นมาเสียงดัง “เหลียนชิงโจว เจ้าไม่ต้องกลัว มาเถิด เราต้องเข้าไปในนั้น จะได้เห็นความงดงามที่ผู้อื่นมองไม่เห็น”คนข้างกายนางหรี่ตามอง ดูประกายไฟนับไม่ถ้วนที่ตกลงมาราวกับฝนดาวตกในยามคํ่าคืน มุมปากยกยิ้มอย่างไร้เหตุผล ก้มศีรษะลงเล็กน้อยกระซิบที่ข้างหูของเฉินเสียน “เป็นเช่นนั้นจริงๆ มีเพียงคนกล้าที่ได้เห็น แตกต่างจากผู้อื่น”เฉินเสียนชะงักไป เงยหน้าขึ้นมองเขาแต่เขายังคงจูงมือเฉินเสียนเดินไปข้างหน้าต่อ พร้อมด้วยรอยยิ้มลึกๆ “ยังจะชักช้าอีก มังกรไฟว่ายไปไกลแล้ว”เสียงดังอึกทึกและความคึกคักนั้นค่อยๆ จางหายไป เขม่าไฟนั้นก็ค่อยๆ ห่างออกไปเช่นกันเฉินเสียนถูกจูงเดินไปข้างหน้า เธอจ้องมองไปที่บุคคลภายใต้แสงไฟหลากสีผู้นี้ แผ่นหลังผึ่งผายหาผู้ใดเปรียบเพิ่งค้นพบว่า เมื่อเสื้อคลุมสีดำนั้นสะ