คืนวันงานเทศกาลไหว้พระจันทร์ของทุกปีผู้คนจะฉลองเทศกาลโคมไฟ องค์หญิงดูแสงไฟนั่นสิเพคะ มันส่องแสงจนคืนนี้สว่างไสว”เฉินเสียนมองตามนิ้วของอวี้เยี่ยนและเห็นว่าท้องฟ้ายามคํ่าคืนสว่างไสวไปด้วยแสงไฟจริงๆแม่นมซุยหยิบเสื้อคลุมมาให้และวางพาดบนไหล่ของเฉินเสียน กล่าวว่า “องค์หญิงอย่าทรงทุกข์ใจไปเลยเพคะ ทุกอย่างย่อมมีหนทางเสมอ เทศกาลเช่นนี้นานทีจะมีหน องค์หญิงอาจจะมีความสุขขึ้น เราออกไปเดินเที่ยวที่ถนนข้างนอกกันดีไหมเพคะ”ดวงตาของอวี้เยี่ยนเริ่มเป็นประกาย “เอ้อร์เหนียง ไปได้จริงๆ เหรอ”แม่นมซุยยิ้มและกล่าวว่า “เมื่อปีก่อนบ่าวเคยไปเดินเที่ยว ถือว่าคึกคักและน่าสนใจมากทีเดียว”อวี้เยี่ยนเอ่ยอย่างใฝ่ฝัน “บ่าวเองก็อยากไปมาตลอดเลยเพคะ แต่เมื่อก่อนอยู่ในวังจึงเข้าออกอย่างอิสระไม่ได้ ในที่สุดตอนนี้ก็มีโอกาสแล้ว”พูดจบนางก็ดึงแขนเสื้อของเฉินเสียนและออดอ้อนอย่างน่าสงสารว่า “องค์หญิง เราออกไปเดินเล่นกันดีไหมเพคะ”797
เฉินเสียนต้านทานความน่าสงสารของอวี้เยี่ยนไม่ไหว ทั้งยังรู้ว่าทั้งสองคนอยากพาเธอออกไปผ่อนคลายจิตใจ เธอเองก็ยังไม่เคยเดินเที่ยวที่ถนนโคมไฟในยุคโบราณอย่างนี้ จึงถือโอกาสตอบตกลงออกไปเดินเล่นด้วยเหตุนี้ทั้งสามคนจึงเดินออกไปจากจวนแม่ทัพด้วยกันทั่วทุกหนทุกแห่งเต็มได้ด้วยบรรยากาศแห่งความอิสระและความสนุกครึกครื้นของกระแสแห่งเทศกาลเมื่ออยู่บนถนนและมองไปรอบๆ จะเห็นโคมไฟเรียงรายสวยงามราวกับผ้าไหม ประหนึ่งดวงดา