วที่ทอแสงและกลายเป็นแถบริ้วสว่างไสวหลากสีสันปราชาชนต่างพากันออกมาเดินเที่ยวที่ถนนในคํ่าคืนนี้ บนถนนมีผู้คนพลุกพล่าน สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าแผงลอยประดับประดาสวยงามทันทีที่ออกมาอวี้เยี่ยนก็ละสายตาไปจากทิวทัศน์บนถนนไม่ได้เลย นางพกกระเป๋าเงินออกมาด้วย อีกสักพักตั้งใจจะไปเลือกซื้อของที่ร้านแผงลอยริมถนนเฉินเสียนไม่คิดว่าขณะที่เพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว จะมีใครคนหนึ่งยืนโบกมือให้เธออยู่ที่หัวมุมตรงทางแยกแม่นมซุยเป็นคนเห็นก่อน นางสะกิดอวี้เยี่ยนและถามว่า “ตรงนั้นมีคนเรียกองค์หญิงอยู่ใช่ไหม”อวี้เยี่ยนหันไปจ้องมอง จากนั้นจึงสะกิดเฉินเสียนอีกทอดและบอกว่า “องค์หญิง คนที่เรียกองค์หญิงอยู่ตรงนั้นใช่คุณชายเหลียนหรือเปล่าเพคะ”ทันทีที่มาอยู่ที่ถนน แสงสีที่อยู่รอบๆ ก็ทำให้ความเบื่อหน่ายของเฉินเสียนลดลงไปมาก เธอติดอยู่ในกระแสแห่งเทศกาลเช่นเดียวกับคนอื่นๆ และค่อยๆกลมกลืนไปกับมัน798
เฉินเสียนสั่งว่า “ตอนอยู่ข้างนอกเช่นนี้อย่าเรียกข้าว่าองค์หญิง ให้เรียกว่านายหญิง”เธอพูดพลางหรี่ตามองไปตามนิ้วของอวี้เยี่ยนที่ชี้ออกไป จากนั้นจึงเห็นเงาคนวูบไหวไปมาอยู่ใต้แสงไฟ มีรถม้าหนึ่งคันจอดอยู่ที่ริมทางและมีใครคนหนึ่งเอนร่างพิงอยู่ที่หน้ารถม้านั่นคนผู้นั้นแต่งกายด้วยผ้าทอ เขาโบกมือให้เฉินเสียนด้วยสีหน้าที่แฝงไปด้วยรอยยิ้มเฉินเสียนฉีกยิ้ม นั่นมันเหลียนชิงโจวไม่ใช่หรือเหลียนชิงโจวบอกให้คนขับไปหาที่กว้างๆ เพื่อจอดรถม้า