จากนั้นจึงเดินฝ่าฝูงชนมาหาเฉินเสียน ใช้เวลาครู่ใหญ่ๆ จึงเดินมาถึงตัวเธอเฉินเสียนยิ้มและพูดว่า “ช่างบังเอิญจริงๆ”เหลียนชิงโจวยิ้มและเอ่ยอย่างเห็นด้วยว่า “ข้าคิดว่านายหญิงจะพักผ่อนอยู่ที่เรือนสักระยะ ไม่คิดว่าจะพบท่านที่นี่”เฉินเสียนมองไปรอบๆ และพูดว่า “คืนนี้เป็นคืนแห่งความคึกครื้นไม่ใช่หรือข้าเลยออกมาเดินดูเสียหน่อย”จากนั้นเหลียนชิงโจวกับเฉินเสียนก็เดินเที่ยวไปด้วยกันโดยมีอวี้เยี่ยนกับแม่นมซุยเดินตามมาข้างหลังเหลียนชิงโจวเป็นสุภาพบุรุษและรู้ใจเฉินเสียนมาก เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ใครเบียดเฉินเสียน เขาจึงเอื้อมมือมากันเธอไว้โดยที่ไม่เอาเปรียบหรือแตะต้องตัวเธอเลยแม้แต่น้อย799
เมื่อมาถึงแผงลอยริมถนน เฉินเสียนก็ยิ้มให้อวี้เยี่ยนและกล่าวว่า “เจ้าเดินดูของก่อนก็ได้ แต่อย่าใช้ค่าตอบแทนทั้งปีของเจ้าเสียหมดภายในคืนเดียวล่ะ”อวี้เยี่ยนกับแม่นมซุยตื่นตาตื่นใจกับสินค้าหลากหลายที่อยู่ตรงหน้าและลองคลำอันนี้ทีดูอันนั้นทีต่อมาอวี้เยี่ยนก็ชี้ไปที่แผงหน้ากากด้านหน้าและเอ่ยอย่างตื่นเต้นร่าเริงว่า“หน้ากาก! นายหญิง เราซื้อหน้ากากกันดีไหมเจ้าคะ”ก่อนที่เฉินเสียนจะตอบอะไร อวี้เยี่ยนก็ลากเธอไปแล้วมีผู้คนมุงอยู่ที่แผงหน้ากากไม่น้อยเลยทีเดียว หน้ากากแต่ละอันที่ถูกแขวนอยู่บนม่านมีรูปร่างสีสันต่างกันออกไป ทุกคนต่างชี้ไปที่หน้ากากแบบที่ตนเองชื่นชอบและซื้อมาใส่เดินบนถนนหน้ากากเหล่านั้นมีทั้งลายผี สัตว์ เทพเจ้า และปี