้ลมยามคํ่าคืนเริ่มพัดโบก ฉินหรูเหลียงยืนรับลมอยู่ริมทะเลสาบจู่ๆ ก็เดินไปถึงสวนสระวสันตฤดูอย่างไม่รู้ตัวในสวนสระวสันตฤดูจุดตะเกียงสว่างพริ้มพราย เขายืนอยู่นอกเรือน ได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวของอวี้เยี่ยนและเสียงที่ทั้งสงสัย เศร้าใจ หรือเสียงหัวเราะที่ไม่เหมือนเสียงหัวเราะของเฉินเสียนด้วยในเรือน แม่นมซุยกำลังให้นมเจ้าน่องน้อยเฉินเสียนห้ามแม่นมซุยอย่าพึ่งให้นม เธอม้วนแขนเสื้อขึ้น พร้อมกับพูดขึ้นว่า: “อย่ามาห้ามข้า วันนี้ข้าจะให้เจ้าน่องน้อยร้องไห้เต็มเสียงสักครั้งให้ได้ ตั้งแต่คลอดออกมาจนถึงตอนนี้ไม่เคยร้องเลยสักแอะ จะเป็นใบ้หรือเปล่ารอจนครบขวบไม่ไหวแล้ว ข้าจะรู้ตอนนี้ให้ได้”แม่นมซุยกับอวี้เยี่ยนรีบเข้ามาห้ามทันที อวี้เยี่ยนรีบพูดขึ้นว่า : “อย่าเพคะองค์หญิง เจ้าน่องน้อยเนื้อหนังยังบอบบาง เกิดได้แผลขึ้นมาจะทำยังไงเพคะ!”แม่นมซุยเองก็เข้าไปช่วยพูดหว่านล้อม : “องค์หญิง ใต้เท้าบอกแล้วว่าอย่ารีบร้อน รอต่ออีกหน่อยเถอะเพคะ รอให้ครบขวบสองขวบไม่ไหว แต่ยังไงเดือนสองเดือนนี้ก็ต้องรอนะเพคะ เจ้าน่องน้อยเป็นเด็กดีขนาดนี้ เวลากินก็กิน เวลานอนก็นอน นอกเสียจากไม่ส่งเสียงร้อง อย่างอื่นก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่เพคะ”783
เฉินเสียนเหมือนจะสู้แม่นมซุยและอวี้เยี่ยนไม่ไหว ทั้งคู่ปกป้องเจ้าน่องน้อยแน่นหนามากเฉินเสียนจึงพูดขึ้นว่า : “เจ้าน่องน้อยอายุยังไม่ทันจะครบครึ่งเดือน พวกเจ้าก็โอ๋ขนาดนี้แล้ว วันข้างหน้าไม่รู้จะตามใจจ