ับขลุ่ยไม้ไผ่ จากนั้นก็ผูกปมตรงกลาง กลายเป็นเครื่องประดับห้อยไว้ข้างเอวของเฉินเสียนอวี้เยี่ยนแหงนหน้าพลางถามขึ้นว่า : “องค์หญิง สวยหรือไม่เพคะ?”เฉินเสียนยิ้ม แล้วยื่นมือไปหยิกแก้มกลมๆ ของอวี้เยี่ยน พร้อมกับพูดขึ้นว่า :“เด็กน้อยของเรานับวันยิ่งคล่องแคล่วและเฉลียวฉลาดเชียวนะ”ยามเช้าของเรือนหลัก คนรับใช้ยกอาหารเช้ามาจัดลงบนโต๊ะอาหาร หลิ่วเหมยอู่ทานอาหารเช้าพร้อมฉินหรูเหลียงตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บ เขาแทบไม่ค่อยได้ทานอาหารในห้องอาหารเลยหลิ่วเหมยอู่ตักโจ๊กมาหนึ่งถ้วย วางลงข้างมือเขา จากนั้นก็นำช้อนวางลงไปในถ้วย แล้วจึงพูดขึ้นว่า : “ท่านแม่ทัพ ทานอาหารเช้าเถอะเจ้าค่ะ”779
ฉินหรูเหลียงก้มหน้าลงมองโจ๊กข้างมือ แล้วจึงยื่นมือหยิบช้อนขึ้นมา เขาใช้มือซ้ายลองยกถ้วยโจ๊กขึ้นหลิ่วเหมยอู่จึงพูดขึ้นด้วยความเป็นห่วง : “หมอบอกว่าระหว่างที่แขนของท่านแม่ทัพยังไม่หายสนิท ห้ามใช้แรงมือซ้าย……”“เหลวไหล!”บาดแผลที่แขนก็แค่เข้าเนื้อ ไม่ถือว่าหนักหนาสาหัสอะไร ส่วนบาดแผลที่ข้อมือก็ค่อยๆ สมานแล้ว แต่สิ่งที่เขายังเป็นกังวลก็คือเส้นเอ็นที่เสียหายไป แขนข้างนี้จะยังใช้การได้หรือไม่ทุกครั้งฉินหรูเหลียงเหมือนจะโชคดีเสมอจนเมื่อเขาได้ลองออกแรงทั้งหมดที่เขามี แต่แขนข้างซ้ายของเขากลับหนักอึ้งราวกับหนักพันชั่งก็ไม่ปาน รู้สึกเสียกำลังใจอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงเขายกมือขึ้นอย่างยากลำบาก แต่เมื่อยกถ้วยโจ๊กขึ้น แขนของเขากลับสั่นไม่หยุด เ