ดอกมาเป็นขลุ่ยไม้ไผ่แทนอวี้เยี่ยนเดินเข้ามาด้วยความแปลกใจ พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “องค์หญิงได้ขลุ่ยไม้ไผ่จากไหนมาหรือเพคะ? สวยมากเลยเพคะ”“สวยใช่ไหมล่ะ? ใช้งานได้ดี ถนัดมือกว่าลูกดอกเสียอีก” เฉินเสียนพูดขึ้น :“เจ้าลองดู ขลุ่ยเลานี้เหมือนที่เขาขายตามท้องตลาดหรือเหมือนงานฝีมือมากกว่า?”อวี้เยี่ยนพูดขึ้นว่า : “ขลุ่ยที่ขายตามท้องตลาดก็เป็นงานฝีมือนี่เพคะ เพียงแต่ตามท้องตลาดไม่มีขลุ่ยที่เล็กกะทัดรัดแบบนี้ ส่วนใหญ่ทำมาเพื่อใช้เป่าเท่านั้น แต่ขลุ่ยเลานี้ยังสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องประดับได้ด้วย”เฉินเสียนเลิกคิ้วขึ้นสูง ไม่ได้พูดอะไรออกมา778
ดูแล้ว ขลุ่ยไม้ไผ่นี่ซูเจ๋อคงทำเองกับมือสินะนึกไม่ถึงเลยว่า มือที่สวยไร้ที่ติคู่นั้น จะมีฝีมือขนาดนี้เฉินเสียนก้มลงมองขลุ่ยไม้ไผ่ในมืออีกครั้ง รู้สึกเข้าตาต้องใจอย่างบอกไม่ถูกอวี้เยี่ยนจู่ๆ ก็จะวิ่งกลับห้อง พูดขึ้นว่า : “องค์หญิง รอสักประเดี๋ยวนะเพคะหม่อมฉันจะไปเอาเข็มกับด้ายมาทำพู่คล้องให้มัน ต่อไปก็จะได้ใช้ประดับเอวขององค์หญิงได้เพคะ อีกอย่างจะได้ไม่ทำหายอีกด้วย”เฉินเสียนก็รู้สึกเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง : “อวี้เยี่ยน เจ้ารู้ใจข้าที่สุด”แม่นมซุยยืนอยู่ใต้ชายคา มององค์หญิงที่กำลังชื่นชมของขวัญจากใต้เท้าซูไม่ยอมวาง ก็รู้สึกดีใจเสียไม่ได้ จึงเผยยิ้มขึ้นที่มุมปากด้วยความปลื้มใจไม่นานอวี้เยี่ยนก็นำเข็มกับด้ายมาถึง ใช้เวลาทำอยู่ครู่หนึ่ง ก็ได้พู่ที่สวยงามมาคล้องไว้ก