ดขึ้นว่า : “ในตอนแรกข้าตั้งใจจะใช้ปิ่นปักผมของท่านปาออกไป เมื่อกลับไปเก็บมาแล้วก็ไม่จำเป็นต้องคืนท่าน แล้วข้ายังสามารถเก็บเอาไว้เอง แบบนี้ ไม่เท่ากับว่าข้ากำลังสูญเสียครั้งใหญ่เลยหรือ?”เฉินเสียนสูดลมหายใจเข้า : “ปิ่นปักผมของผู้หญิงท่านจะเก็บไว้ทำไม? หรือท่านจะฝึกเกล้าผมเหมือนผู้หญิง?”“เก็บไว้เป็นที่ระลึก”เฉินเสียนแทบจะสำลัก : “ท่านจะเก็บไประลึกอะไร?”ซูเจ๋อหรี่ตาลง พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “คนบางคนเคยพูดไว้เมื่อไม่นานมานี้ ว่าจะตั้งใจเก็บเงินเพื่อเลี้ยงข้าเป็นนายบำเรอ ข้ากลัวว่านางพูดแล้วจะลืมเพราะฉะนั้นจึงต้องมีของแทนใจ”771
“น่าขันสิ้นดี ข้าไปทำข้อตกลงผูกใจกับท่านเสียตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ก็แค่การล้อเล่นขำๆ ท่านจริงจังหรือ?” เฉินเสียนจ้องเขาตาไม่กะพริบเขายิ้มขึ้นที่มุมปาก : “ข้าจริงจังสิ ก็ในเมื่อที่ผ่านมานี้ไม่เคยมีคนมาสารภาพรักกับข้าแบบนี้มาก่อน”“……”เฉินเสียนอึ้งไปชั่วครู่ พยายามทวนความจำทั้งก่อนและหลังรู้จักซูเจ๋อ สาบานได้เลยว่าเธอไม่เคยสารภาพรักอะไรกับคนคนนี้มาก่อนเฉินเสียนไม่อยากจะยืดเยื้อให้เสียเวลา จึงพูดขึ้นว่า : “ข้าขอบคุณท่านมาก!ตอนนี้จะคืนของให้ข้าได้แล้วหรือยัง?”ซูเจ๋อนำลูกดอกมาวางไว้บนมือของเธอ พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ของสิ่งนี้คมมาก อย่าทำตัวเองบาดเจ็บล่ะ”“เชอะ ข้าไม่ใช่เด็กสามขวบเสียหน่อย”เมื่อได้ลูกดอกกลับมาแล้ว บรรยากาศในห้องจู่ๆ ก็เงียบสนิทขึ้นมาฉับพลันเฉินเสียนจึงพูดขึ้