นว่า : “ถ้าหากข้าไม่ออกปากไล่ท่านกลับ ท่านจะยังคงนั่งอยู่ตรงนี้จนถึงเช้าใช่หรือไม่?”“หากว่าท่านไม่ถือสา จะแบ่งเตียงสักครึ่งหนึ่งของท่านให้ข้านอน ข้าเองก็ยินดีจะนอน”เฉินเสียนพูดขึ้นว่า : “แต่ข้าถือ เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็ดึกแล้ว ท่านรีบไปเถอะข้ากับเจ้าน่องน้อยจะเข้านอนแล้ว”772
ซูเจ๋อลุกขึ้น เดินไปที่หน้าต่าง จากนั้นก็ปิดหน้าต่างลง พร้อมกับพูดขึ้นว่า :“เข้าสู่สารทฤดูแล้ว กลางดึกนํ้าค้างหนาแน่น อย่าเปิดหน้าต่างให้กว้างเกินไป”เฉินเสียนมองแผ่นหลังที่โดดเดี่ยวของเขา จู่ๆ ในใจก็รู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกซูเจ๋อหมุนตัวกลับมา พูดต่อว่า : “ถ้าเกิดรู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องอยู่แต่ในห้อง ก็ออกไปเดินเล่นที่สวนได้ จำไว้ว่าอยากไปตอนที่ลมกำลังมา”“ข้ารู้แล้ว” เฉินเสียนเหมือนกำลังฟังหมอที่คอยกำชับแนะนำข้อห้ามต่างๆซูเจ๋อกระตุกยิ้มที่มุมปาก ภายใต้แสงไฟเขาที่ดูเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ใช่ยิ้ม แล้วจึงพูดขึ้นว่า : “งั้นข้าไปก่อน”เฉินเสียนห่มผ้าให้เจ้าน่องน้อย พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ต่อไปหากไม่มีเรื่องอะไร กลางคืนแบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมา ข้าคิดว่ากลางคํ่ากลางคืนท่านไม่นอนแต่กลับมาที่นี่ มันจะลำบากเกินไป”“ข้าจะถือเสียว่าท่านห่วงใยข้า”เฉินเสียนเม้มปาก แล้วจึงพูดขึ้นว่า : “ที่ข้ากลัวคือท่านจะมาสร้างความเดือดร้อนให้ข้า ท่านขาดแคลนความรักความอบอุ่นขนาดนี้เชียวหรือ?”ซูเจ๋อยิ้มบางเบา แล้วพูดขึ้นว่า: “ปกติแล้วข้าไร้คนข้าง