ซูเจ๋อถามว่า “อาเสียน อยากเห็นหน้าลูกชายไหม”เฉินเสียนพยายามดันตัวขึ้นและเอ่ยว่า “พอดีเลย ท่านมีความชำนาญด้านการแพทย์ ท่านช่วยดูลูกชายของข้าหน่อยได้ไหมว่าทำไมเขาถึงไม่ร้องไห้เลย”แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาเฉินเสียนจะหลับตลอด แต่เธอก็ยังได้ยินบทสนทนาประจำวันระหว่างแม่นมซุยกับอวี้เยี่ยนในเวลานั้นเธอทำได้แค่เป็นห่วงนี่เป็นครั้งแรกที่เฉินเสียนได้มองเจ้าตัวน้อยที่อยู่ในห่อผ้าอ้อมอย่างจริงๆ จังๆดวงตาของเจ้าตัวน้อยปิดสนิทและไม่ยอมสนใจใครทั้งนั้นเฉินเสียนมองเขา เธอใช้นิ้วแตะจมูกและดวงตาเล็กๆ ของเขาแล้วหัวเราะโดยไม่รู้ตัวขอเพียงแค่เห็นว่าเขาปลอดภัยดี ความทุกข์ตรมทั้งหมดที่เคยได้รับก่อนหน้านี้ก็ถือว่าคุ้มค่าซูเจ๋อมองเฉินเสียนอย่างลึกซึ้งขณะที่เธอกำลังมองลูกอย่างทะนุถนอมและอ่อนโยนซูเจ๋อกล่าวว่า “เขายังเล็ก ตอนนี้ยังบอกอะไรไม่ได้หรอก ไว้รอไปก่อนแล้วคอยสังเกตเรื่อยๆ ดีกว่า”“ถ้าเกิดเขามีอะไรผิดปกติหลังคลอดแล้วรักษาไม่ทันท่วงทีจะทำอย่างไรล่ะ”728
“…การไม่ร้องไม่ใช่สิ่งผิดปกติเสมอไป เด็กยังเล็กเกินไปที่จะรับการรักษา”เฉินเสียนจำต้องยอมแพ้ หลังจากเล่นกับมือกับเท้าของลูกน้อยอยู่พักหนึ่งเธอก็เริ่มดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอเหลือบมองซูเจ๋อแล้วถามว่า “ไม่ใช่ว่าท่านควรกลับได้แล้วหรือ”ซูเจ๋อยิ้ม “ความจริงข้าอยากจะนั่งต่ออีกสักพัก”“ตอนนี้ท่านไม่กลัวหรือว่าหากใครมาพบเข้าว่าท่านเทียวเข้าเทียวออกจวนแม่ทัพทุกคืนอย่างนี้