แต่ฉินหรูเหลียงจะไว้ใจให้ชายชุดดำนั้นพาหลิ่วเหมยอู่ไปด้วยได้อย่างไร เขาเองก็ขี่ม้าตามหลังไปไม่ไกลมาก ทิ้งระยะห่างไว้พอควรด้านหลังของเขาก็มีเสียงฝีเท้าของม้าและทหารตามหลังมาราวกับรัวกลองก็ไม่ปานหลิ่วเฉียนเฮ้อชายชุดดำควบม้าอยู่บนถนน เหลียวหลังกลับไปดู ฉินหรูเหลียงยังคงตามหลังมาไม่ห่างมากเขาเองไม่ได้จะนำตัวหลิ่วเหมยอู่ไปด้วยจริงๆ เพียงแค่ต้องการให้ฉินหรูเหลียงรับประกันความปลอดภัยของเขาเท่านั้นทั้งสองข้างทางข้างหน้ามีผืนทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม หลิ่วเฉียนเฮ้อตั้งใจจะปล่อยหลิ่วเหมยอู่ลงตรงนี้คืนนี้เขาออกนอกเมืองอย่างราบรื่น และได้คิดเผื่อความสัมพันธ์ของฉินหรูเหลียงกับหลิ่วเหมยอู่ เชื่อว่าหลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ฉินหรูเหลียงจะดีกับหลิ่วเหมยอู่มากขึ้นหลิ่วเฉียนเฮ้อพูดขึ้นกับหลิ่วเหมยอู่ว่า : “แล้วเจอกัน เชียนเสวี่ย ”หลิ่วเหมยอู่ยังทำใจจากลาไม่ได้ และในขณะที่ยังอยู่บนหลังม้าเร็วที่กำลังวิ่งผ่านทุ่งหญ้านั้น ก็ถูกหลิ่วเฉียนเฮ้อจับโยนลงจากม้าไปเมื่อฉินหรูเหลียงเห็นเหตุการณ์แล้ว คิดว่าหลิ่วเหมยอู่ตกลงไปในพุ่มหญ้าคงไม่เป็นอะไรมาก เขาจึงดึงบังเหียนม้าทันทีเพื่อไล่ตามหลิ่วเฉียนเฮ้อต่อ665
ทันใดนั้น ตอนที่เขากำลังผ่านพุ่มหญ้า หลิ่วเหมยอู่ก็ยื่นมือหาเขาด้วยร่างกายที่อ่อนล้า เรียกเขาด้วยนํ้าเสียงที่แหบแห้ง : “ท่านแม่ทัพ……”ฉินหรูเหลียงดึงม้าเลี้ยวกลับมา เห็นใบหน้าของนางขาวซีดดุจเกล็ดหิมะขมวดคิ้วแน่น จาก