นั้นก็กระอักเลือดออกมา“เหมยอู่!”เขาหยุดไล่ตามนักฆ่า ลงจากหลังม้าวิ่งตรงไปหาหลิ่วเหมยอู่ทันทีหลิ่วเฉียนเฮ้อหันกลับมาดูอยู่ครู่หนึ่ง เห็นฉินหรูเหลียงที่กำลังกอดหลิ่วเหมยอู่ข้างทุ่งหญ้าภายใต้แสงคบไฟนั่น เขาจึงลงแส้บนหลังม้า แล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้าต่อทันที“เหมยอู่……เหมยอู่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”ขณะที่ฉินหรูเหลียงกำลังอุ้มหลิ่วเหมยอู่ขึ้นมานั้น ก็เห็นเลือดสีดำสนิทไหลออกจากปากของนาง เขาจึงมองไปยังบาดแผลที่คอของหลิ่วเหมยอู่ จึงได้รู้ว่าดาบของชายชุดดำถูกอาบยาพิษไว้ทหารที่หยุดม้าลง ฉินหรูเหลียงที่โกรธจนร่างกายสั่นเทาอย่างน่ากลัว ออกคำสั่งว่า : “ตามมันไป จะต้องจับมันมาถอนเอ็นถลกหนัง สับมันให้เป็นหมื่นท่อนจงได้!”ทหารที่เหลือจึงรีบไล่ล่าต่อไปทันทีขาดฉินหรูเหลียงไป ในสายตาของหลิ่วเฉียนเฮ้อ ทหารเหล่านั้นไม่นับว่าอันตรายอะไร การจะสลัดตัวออกจากพวกเขาไม่ถือเป็นเรื่องยากหลิ่วเหมยอู่เริ่มหมดสติ ฉินหรูเหลียงไม่สามารถปล่อยนางทิ้งไว้โดยไม่เหลียวแลได้ จึงรีบพานางขึ้นหลังม้ากลับเมืองทันที666
เมื่อถึงจวนแม่ทัพแล้ว ฉินหรูเหลียงก็อุ้มนางไปที่สวนดอกพุดตานพลางตะโกนสั่งพ่อบ้านว่า : “ไปเชิญหมอมา! เร็วเข้า!”พ่อบ้านไม่กล้าถามอะไร รีบไปเชิญหมอมาทันทีในสวนดอกพุดตานไฟส่องสว่างชัดเจน ฉินหรูเหลียงนั่งเฝ้าหลิ่วเหมยอู่อยู่ข้างเตียง คอยกุมมือที่เย็นเฉียบของนางไว้ จ้องใบหน้าที่ซีดเซียวอย่างไม่ลดละสายตา กลัวว่าถ้าเขาหลับตาลง