ู่ในกำมือของชายชุดดำเวรยามในจวนของท่านแม่ทัพไม่รู้ว่าชายชุดดำเป็นใครมาจากไหนเพียงไม่นานก็มีคนจูงม้ามา ฉินหรูเหลียงพูดขึ้นว่า : “ปล่อยนางไป ข้าจะให้ม้ากับเจ้า”ชายชุดดำหัวเราะพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “แม่ทัพฉิน ข้าไม่ได้โง่ หากข้าปล่อยนางตอนนี้ คงจะขี่ม้าพ้นแค่จวนท่านแม่ทัพ แต่มิอาจพ้นนอกเมืองได้ เพื่อความปลอดภัยแล้ว ข้าจึงจะต้องพานางออกไปให้พ้นนอกเมืองก่อน จึงจะปล่อยนางได้”พูดจบ ชายชุดดำก็จับหลิ่วเหมยอู่แน่นแล้วกระโดดบินขึ้นนั่งหลังม้า ดึงบังเหียนม้าด้วยท่วงท่าที่ว่องไว จากนั้นก็ควบม้าพุ่งทะยานออกไปทันที ทิ้งท้ายคำพูดว่า : “แม่ทัพฉิน ข้าต้องไหว้วานท่านให้ช่วยเปิดประตูเมือง!”เวลานี้ประตูเมืองได้ปิดลงแล้ว แต่ถ้าแม่ทัพฉินออกหน้า การเปิดประตูเมืองก็ไม่ใช่เรื่องยากชายชุดดำนำหน้าไปก่อน ฉินหรูเหลียงขี่ม้าตามหลังพร้อมด้วยหน่วยตระเวนหนึ่งกลุ่ม663
เรื่องนี้สร้างความโกลาหลไม่น้อย เฉินเสียนที่ยังไม่ได้เข้านอน ก็ได้ยินอวี้เยี่ยนวิ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ท่านแม่ทัพรู้ว่ามีคนซ่อนตัวอยู่ที่สวนดอกพุดตาน แต่ชายชุดดำกลับจับนางหลิ่วเป็นตัวประกัน จากนั้นก็ขู่เอาม้าหนึ่งตัวจากท่านแม่ทัพ แล้วออกนอกเมืองทันที”เฉินเสียนขมวดคิ้วพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “เจ้าบอกว่าชายชุดดำได้จับหลิ่วเหมยอู่เป็นตัวประกันอย่างงั้นรึ?”อวี้เยี่ยนพยักหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “เพคะ”เฉินเสียนเดินไปเดินมาในห้องอยู่คร