านี้เอง หลิ่วเหมยอู่ที่กำลังร้องไห้ด้วยความอ่อนแอ จู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า: “ท่านแม่ทัพ ไม่ต้องสนใจเหมยอู่ รีบจับมันเถอะเจ้าค่ะ ชีวิตเหมยอู่คนเดียวถึงแม้ตายไปก็ไม่ได้น่าเสียดาย ขอเพียงแค่ได้ทำอะไรเพื่อท่านแม่ทัพเพียงแค่เล็กน้อยเหมยอู่ก็พอใจแล้วเจ้าค่ะ……”“เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไรน่ะ” ฉินหรูเหลียงดุเสียงเข้มหลิ่วเหมยอู่ยิ้มทั้งนํ้าตา ที่ดูแล้วทั้งงดงามทั้งเศร้าสะเทือนใจในเวลาเดียวกันนางพูดขึ้นว่า : “ท่านแม่ทัพ เหมยอู่ไม่ได้พูดจาเหลวไหล ชีวิตนี้ได้พบเจอท่านแม่ทัพ ถือเป็นบุญวาสนาของเหมยอู่แล้ว เหมยอู่ไม่มีข้อเรียกร้องอะไร ขอเพียงแค่ท่านแม่ทัพคิดถึงคะนึงหาบ้าง เพียงเท่านี้ถึงตายก็ไม่เสียดายแล้วเจ้าค่ะ”ชายชุดดำขยับดึงตัวหลิ่วเหมยอู่แหงนขึ้น ดาบขยับเข้าใกล้ยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ข้าไม่มีความอดทนมากพอที่จะมานั่งฟังพวกเจ้าพรรณนารํ่าลา ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง เจ้าจะไปเตรียมม้าให้ข้าหรือไม่?”662
ฉินหรูเหลียงฉวยโอกาสลงมือก่อนทันที แต่ชายชุดดำได้เตรียมพร้อมไว้แล้วและวรยุทธ์ของเขาก็กล้าแกร่งไม่เบา เพียงแค่ฉินหรูเหลียงขยับ ชายชุดดำก็ผลักหลิ่วเหมยอู่มายืนตรงหน้าเขา ให้เขาได้เห็นเต็มสองตา เลือดที่ไหลออกจากคอระหงเปรอะเปื้อนคอเสื้อของหลิ่วเหมยอู่ฉินหรูเหลียงไร้ซึ่งทางเลือกสุดท้ายแล้ว เขากำมือแน่น พูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงหนักหน่วง : “ใครก็ได้ ไปเตรียมม้ามา”ไม่มีใครกล้าฝืนคำสั่ง เพราะยังไงก็มีอีกหนึ่งชีวิตอย