ียงเองก็เข้าเสริมเป็นปี่เป็นขลุ่ย เขาพูดขึ้นว่า : “หมอบอกแล้ว ว่าระหว่างที่องค์หญิงตั้งครรภ์ควรกินอาหารรสจืดเป็นหลัก ที่ขายตามท้องตลาดมันไม่สะอาด กระหม่อมเพียงแค่เป็นห่วงพระวรกายขององค์หญิงเท่านั้น”เฉินเสียนจ้องฉินหรูเหลียงตาเขม็ง เฉินเสียนจึงนิ่งไปอยู่ครู่หนึ่งเธอกำหมัดทุบเบาๆ ที่แผ่นอกของฉินหรูเหลียง พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ดูแล้วท่านคงเป็นห่วงแต่บุตรในท้องกระมัง”ฉินหรูเหลียงยื่นแขนมารวบมือของเฉินเสียนไว้ แล้วพูดขึ้นอย่างอ่อนโยนว่า :“หยุดงอนได้แล้ว ฝ่าบาทก็ยังอยู่”องค์จักรพรรดิทรงทอดพระเนตรทั้งสองที่พลอดรักนัวเนียกันไปมา จึงอดไม่ได้ที่จะแย้มพระสรวล พระองค์ทรงตรัสขึ้นว่า : “ดูแล้วข้าคงจะคิดมากไป ตีกันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพียงแต่ครั้งหน้าต้องระวังภาพพจน์หน่อย คนหนึ่งเป็นแม่ทัพ คนหนึ่งเป็นองค์หญิง ไปตีกันอยู่กลางตลาดมันใช้ได้ที่ไหน”เฉินเสียนพยักหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “หม่อมฉันขอบพระทัยเสด็จพี่ที่ทรงชี้แนะ คราวหน้าหม่อมฉันจะปิดประตูห้องแล้วค่อยตีเพคะ”องค์จักรพรรดิทรงทอดพระเนตรไปที่ฉินหรูเหลียง พร้อมกับตรัสขึ้นว่า :“อ้ายชิงเจ้าเป็นชายชาตรีสง่าผ่าเผย ก็อย่าไปถือสาจิ้งเสียนเลย ในครรภ์ของนางก็ยังตั้งท้องลูกของเจ้าอยู่”“กระหม่อมน้อมรับคำชี้แนะพ่ะย่ะค่ะ”641
องค์จักรพรรดิทรงลุกขึ้น และทรงตรัสว่า : “นี่ก็ไม่สายแล้ว ข้ากลับก่อนพวกเจ้าอยู่ที่นี่ต่อ ไม่ต้องออกไปส่งข้า”เมื่อองค์จักรพรรดิเสด็จ