กลับไปแล้ว เฉินเสียนและฉินหรูเหลียงก็หันหน้ามาสบตากันวินาทีถัดมา ต่างคนต่างรีบปล่อยมือออกจากกันทันทีเฉินเสียนเองดีดตัวขึ้นมาทันที นึกถึงตอนที่ฉินหรูเหลียงกุมมือของเธอไว้ก็รู้สึกขยะแขยงขนลุกขนพอง พลางพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า : “แสดงละครกับท่านมันเป็นอะไรที่ช่างน่าขยะแขยงเสียจริง! อี๋!!!! ไหนจะทุบหน้าอกท่านเบาๆ ด้วยเปื้อนมือไปหมด!”เมื่อฉินหรูเหลียงเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของเธอแล้ว ก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา จึงพูดขึ้นว่า : “ท่านคิดว่าท่านขยะแขยงเป็นคนเดียวรึไงกัน? ข้าเองก็นึกไม่ถึงว่าท่านจะดัดจริตถึงเพียงนี้”ตอนที่เห็นท่าทีที่ออดอ้อนของเฉินเสียนนั้น เขาเองก็รู้สึกคนลุกซู่ไปทั้งตัวแต่ก็ต้องฝืนแสดงละครต่อนางเองไม่ได้เป็นคนออดอ้อนเสียหน่อย ยังจะเลี่ยนขนาดนี้ได้เฉินเสียนสะบัดมือผ่านหน้าของเขา ชายแขนเสื้อเต็มไปด้วยกลิ่นยา เธอขมวดคิ้วพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “เชอะ ท่านคิดว่าตัวท่านเองดีนักแล้วหรือไง? ก็แค่คนหน้าไหว้หลังหลอกดีๆ นี่เอง ตีสองหน้า หน้าอย่างหลังอย่าง ”ปกติแล้วเฉินเสียนไม่เคยมาถึงเรือนหลัก เพราะแค่เจอหน้ากับฉินหรูเหลียงก็เป็นต้องถูกด่าจนไม่เป็นผู้เป็นคน เหลือแค่ยังไม่ได้ลงไม้ลงมือเท่านั้นแหละ642
ฉินหรูเหลียงจากที่ตอนแรกที่เคยโมโหจัด ค่อยๆ คุ้นชินกับการทะเลาะกันทุกวี่ทุกวันแบบนี้เขารู้ดีว่าใส่ใจเกินไปไม่ได้ และยิ่งโมโหไม่ได้เข้าไปใหญ่ เพราะถ้าเขาโมโหแล้ว เฉินเสียนจะดีใจจนแทบจะสำลักเลยเชียวอาการ