ง! คํ่าคืนนั้น เพื่อข้าแล้วท่านแม่ทัพยอมคุกเข่าขอร้องวิงวอนต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าบาทเพื่อขอรับโทษแทนข้า……ข้าไม่อยากให้เขาเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก……เขาไม่ใช่ศัตรูของตระกูลบ้านเรา แต่เป็นผู้มีพระคุณของข้า เป็นชายที่ข้ารัก……”หลิ่วเหมยอู่ใช่ว่าจะไม่อ่อนไหว หลายวันมานี้นางเองก็อยากจะไปคอยดูแลอาการบาดเจ็บของฉินหรูเหลียงจะแย่ เพียงแต่นางไม่สามารถทำได้เมื่อเห็นหลิ่วเหมยอู่ร้องไห้น่าสงสารจับใจ หลิ่วเฉียนเฮ้อก็ใจอ่อนลง และรับปากนางในที่สุด เขาพูดขึ้นว่า : “ช่างเถอะ ขอเพียงแค่เขาไม่รังแกเจ้า ข้าก็จะไม่ฆ่าเขา”ไม่ฆ่าฉินหรูเหลียง ในเมืองหลวงนี้ มีเพียงที่นี่เท่านั้นที่เป็นที่พักพิงของหลิ่วเหมยอู่ นางเป็นเพียงแค่ผู้หญิงที่อ่อนแอคนหนึ่ง จะให้ตามเขาร่อนเร่พเนจรไปทั่วอย่างงั้นหรือ?กลางดึกของคํ่าคืนหนึ่ง เฉินเสียนจู่ๆ ก็หิวข้าวขึ้นมา หิวจนนอนไม่หลับอวี้เยี่ยนจึงไปเอาอาหารที่ห้องครัวมาให้เฉินเสียนหลังจากที่กลับมาแล้ว อวี้เยี่ยนก็วางอาหารไว้บนโต๊ะ สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความสงสัยและแปลกใจ644
เฉินเสียนทานอาหารพลางถามขึ้นว่า : “เป็นอะไรไป?”“เมื่อครู่นี้ตอนที่หม่อมฉันเจอเซียงหลิงที่ห้องครัว นางมาเอาอาหารให้นางหลิ่ว หม่อมฉันรู้สึกแปลกๆ”“แปลกตรงไหน?”“อาหารที่เซียงหลิงเอาไปนั้น ปริมาณค่อนข้างเยอะผิดปกติ ดูจากร่างกายที่ผอมบางของนางหลิ่วแล้ว ไม่อิ่มจนท้องแตกหรือเพคะ”(อ้ายชิง เป็นคำที่องค์จักรพรรดิใช้เรียกเสนาบดีคนสนิ