เฉินเสียนกล่าวว่า “เพื่อเห็นแก่ท่านที่ไม่พูดกลับกลอก ข้าจะไว้หน้าท่าน”นางยกมือขึ้นเพื่อหยุดองครักษ์เฉินเสียนก้าวออกไปถึงด้านหน้าของหลิ่วเหมยอู่อย่างช้าๆ เหลือบมองไปที่นาง แล้วค่อยๆ งอตัวยื่นมือออกไปคว้ากรามเล็กๆ ของหลิ่วเหมยอู่ไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง แล้วใช้นิ้วมือออกแรงบีบที่ใบหน้าของนางไว้ และบังคับให้นางหันมามองตัวเองในดวงตาของเฉินเสียนนิ่งเงียบ แสงจันทร์ทำให้ดวงตาของเธอยิ่งลึกลํ้า นิ่งเงียบจนไร้ขอบเขตนางมองไปที่หลิ่วเหมยอู่ และพูดว่า “เหมยอู่ เจ้าพูดให้ชัดเจนหน่อย ใครกันแน่ที่ใจดำอำมหิต และใครที่กล้าทำให้ฉินหรูเหลียงกลายเป็นแบบนี้?”รูม่านตาของหลิ่วเหมยอู่ได้ขยายตัวกว้าง ราวกับจมอยู่ในแอ่งนํ้า ที่เต็มไปด้วยนํ้าตาและความหวาดกลัวเฉินเสียนพูดอย่างเรียบเฉย “ถ้าหากไม่ใช่เพราะเจ้าอยากทำร้ายข้า เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นได้เยี่ยงไร? เจ้าคิดว่าที่แม่ทัพฉินถูกลงโทษนั้นเป็นเพราะข้าหรือ?”เป็นเพราะเจ้า แท้จริงควรเป็นเจ้าที่ต้องถูกโบยสามสิบไม้แต่ตัวเขาแบกรับมันไว้กลายเป็นหกสิบไม้ ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าเป็นบ้าเข้ามาแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่หกสิบไม้นี้ก็ไม่ควรจะเป็นเขาที่รับมัน องค์จักรพรรดิก็อาจไม่ได้เรียกเขาให้เข้าเฝ้าที่วังหลวง บางทีการเฆี่ยนด้วยแส้ห้าสิบทีก็อาจหลีกเลี่ยงได้”608
เฉินเสียนบีบคางของหลิ่วเหมยอู่อย่างแรง บังคับให้เธอมองไปด้านข้าง ที่ฉินหรูเหลียงกำลังกัดฟันเพื่อได้รับโทษถูกแส้เฆี่ยนทุกครั้งท