กทั้งๆ ก่อนที่จะนอนเซียงหลิงได้ปิดหน้าต่างไว้อย่างดีแล้ว แต่หลิ่วเหมยอู่เพิ่งจะเอนกายลงไม่นาน ก็รู้สึกว่ามีลมพัดจากหน้าต่างเข้ามาข้างใน ทั้งยังมีกลิ่นของสนิมเหล็กอยู่ด้วยหลิ่วเหมยอู่ลุกขึ้นกำลังจะเรียกหาเซียงหลิงให้มาปิดหน้าต่าง ทันใดนั้นก็มีเงาแวบผ่านสายตามาและมีคนมาอยู่ด้านหลังของหลิ่วเหมยอู่หลิ่วเหมยอู่สั่นไปทั้งตัว อยากจะร้องออกมา แต่ถูกมือข้างหนึ่งที่เปื้อนเลือดปิดปากไว้และเอ่ยอยู่ข้างๆ หูเธอว่า “เซียนเสวี่ยอย่าร้อง ข้าเอง”หลิ่วเหมยอู่ตัวสั่นเทา กัดฟันแน่นถึงหยุดไม่ส่งเสียงได้เธอหันหน้ากลับไปมอง เห็นเงาคนเสื้อดำที่อยู่ตรงหน้า แค่แสงไฟใต้ทางเดินก็เห็นว่าคนนี้คือหลิ่วเฉียนเฮ้อมองดูเขาสภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่ รอบกายมีแต่บาดแผลในเวลานี้ยังสามารถตื่นตัวได้ ถือว่าพยายามอย่างหนักแล้วกลิ่นคาวเลือดฉุนหนักมาก ทำให้สีหน้าของหลิ่วเหมยอู่ซีดเผือดเซียงหลิงที่อยู่ด้านนอกก็ได้ยินเสียงพึมพำ ถามอย่างงัวเงียว่า “นายหญิงต้องการปลดทุกข์หรือเจ้าคะ?”612
หลิ่วเหมยอู่บังคับให้ตัวเองสงบลงแล้วเอ่ย “ไม่เป็นไร…….”นางยังบอกให้เซียงหลิงไปนอนที่ห้องข้างๆ เพื่อจะได้ไม่พบหลิ่วเฉียนเฮ้อ แต่คิดดูอีกทีบาดแผลที่อยู่บนร่างกายของหลิ่วเฉียนเฮ้อนางคนเดียวจัดการไม่ได้แน่นอนต้องการหาใครคนหนึ่งมาช่วยหลิ่วเหมยอู่ครั้นแล้วก็เอ่ยว่า “เซียงหลิง จุดตะเกียง”หลิ่วเฉียนเฮ้อได้รับบาดเจ็บสาหัสตกอยู่ในสภาพสลบไม่ได้สติ หลิ่วเหมยอู่และเ