เฉินเสียนเหล่มองชายผู้อยู่ใต้เสียงเทียน เสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่สะอาดเรียบร้อย ใบหน้าโดดเด่น เสื้อผ้าสีเข้มภายใต้เสียงเทียนปรากฏขึ้นเป็นสีม่วงทึบใบหน้าของเขาสงบนิ่ง งดงามยากหาใดเปรียบเฉินเสียนกัดฟันเอ่ยขึ้นว่า “ข้าดูแล้วไม่คิดว่าท่านจะอายเลยสักนิด”ซูเจ๋อยิ้มอย่างอ่อนโยน “ท่านท่านจับได้อีกแล้ว”“ท่านเรียกข้ามาไม่เพียงแค่มามีปากเสียงกับข้าหรอกใช่หรือไม่? ”“แน่นอนว่า ข้าอยากให้พระองค์อยู่กับข้าสักประเดี๋ยว” ซูเจ๋อกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติเฉินเสียนอยากจะต่อยหน้าเขาเสียจริงเฉินเสียนยิ้มเย้ย “ช่างเป็นคำตอบที่สมเหตุสมผลมาก ท่านบอกมาสิว่าจะทำอย่างไรให้ข้าอยู่เป็นเพื่อน? ”ซูเจ๋อยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก ปกปิดรอยยิ้มเอาไว้ “ข้ายังไงก็ได้ ตามที่พระองค์พึงพอใจ”เฉินเสียนมองเห็นรอยยิ้มตรงมุมปากของเขา ที่ดูเหมือนจะยิ้มก็ไม่ยิ้ม จึงกล่าวขึ้นอย่างหัวร้อนว่า “เช่นนี้ข้าจะต้องถูกท่านพูดจาแทะโลมไปอย่างนี้หรือ? ”ซูเจ๋อกล่าว “ข้าก็เคยถูกท่านพูดจาแทะโลมเช่นกัน”575
“เมื่อไหร่? ” เฉินเสียนไม่พอใจ “ข้าเป็นคนซื่อสัตย์ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง!”นิ้วมือที่ปรากฏข้อต่อกระดูกชัดเจนของซูเจ๋อเคาะลงบนซี่กรงหน้าต่าง เขาเอนกายสบายๆ พิงหน้าต่าง แล้วเอ่ยขึ้นเบาๆ “แต่พระองค์เคยบอกว่าจะซื้อข้ามาเป็นนายบำเรอของพระองค์ เอ่ยวาจาแทะโลมกันก่อนเช่นนี้ ยิ่งสมควรละอายใจ”“พูดจาไร้ยางอายเช่นนี้ด้วยท่าทางนิ่งสงบเช่นนั้นได้อย