สียน แล้วเรื่องเมื่อวันก่อนที่ถูกนำตัวไปล่ะเกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ?”เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เฉินเสียนก็ร้องไห้ออกมาทันทีเธอเล่าเรื่องนี้อีกครั้งอย่างความหวาดกลัวและสะอึกสะอื้นด้วยสีหน้าอันฝันร้าย องค์จักรพรรดิเห็นว่าเธอหวาดกลัวจริงๆ จึงมิได้ถามไถ่ต่อไปต่อมาก็บังเอิญถามถึงอดีตของเฉินเสียน จนสีหน้าเฉินเสียนว่างเปล่าไปหมดองค์จักรพรรดิต้องการทดสอบว่านางลืมทุกอย่างแล้วจริงหรือซึ่งเรื่องนี้เฉินเสียนมิจำเป็นต้องแกล้งเลย เพราะว่านางจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆการแสดงออกของเฉินเสียนทำให้องค์จักรพรรดิโล่งใจ ดูเหมือนว่า ถึงแม้เฉินเสียนจะมีสติกลับคืนมาแล้ว แต่ก็ยังคงไม่ต่างจากเด็กที่อ่อนแอทั่วไปนึกถึงคำพูดที่เฉินเสียนฝากหมอหลวงทูลต่อจักรพรรดิ ที่ว่าเด็กที่เกิดมาจะให้ใช้สกุลเฉินเหมือนนางและทำงานรับใช้แผ่นดินต้าฉู่นั้น ก็เพราะถูกฉินหรูเหลียงบีบบังคับจนไม่มีทางอื่น จึงต้องทำเช่นนี้ เพื่อแสวงหาพระพรจากราชวงค์องค์หญิงจิ้งเสียนที่อ่อนแอเช่นนี้ยังไม่สามารถคุกคามอะไรเขาได้ และมันจะควบคุมง่ายขึ้นเมื่อเธอคลอดเด็กคนนี้ออกมาจักรพรรดิลงจากบัลลังก์มังกรมาและกล่าวกับเฉินเสียนอย่างอารี: “ในฐานะองค์หญิง เจ้าจะแสดงให้คนอื่นเห็นใบหน้าเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ประเดี๋ยวข้าให้ในวังส่งยารักษาแผลเป็นไปให้เจ้า หวังว่ามันจะช่วยรักษาแผลบนใบหน้าเจ้าได้”เฉินเสียนยังต้องการความช่วยเหลือจากฉินหรูเหลียงเพื่อประคองเธอขึ้นมาแสดงความเคารพ: “จิ้ง