ยอมไปนอนห้องข้างๆข้างห้องเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ กลางดึกมีลมเย็นพัดเข้ามาเบาๆ พัดเอาความร้อนของทั้งวันออกไปเฉินเสียนที่วุ่นวายอยู่ในห้องครัวทั้งวันจนเหลือจะทน เพียงแค่หลับตาลงไม่นานก็หลับไปอย่างง่ายดายเมื่อจัดแจงให้เฉินเสียนพักผ่อนแล้ว อาหารที่เหลืออยู่บนโต๊ะ ส่วนใหญ่แทบจะไม่ได้แตะเลย เหลียนชิงโจวยังนั่งอยู่ในห้องอาหารอย่างนั้น ราวกับว่ากำลังรอใครบางคนอยู่จนเด็กของพ่อบ้านวิ่งมาบอกว่า : “คุณชาย ใต้เท้าซูมาแล้ว”เหลียนชิงโจวลุกขึ้นไปทักทาย เพิ่งจะเดินพ้นประตูห้องอาหาร ก็เห็นชายผู้หนึ่งใต้แสงจันทร์และดวงดาว สวมชุดดำทั้งชุด เดินออกมาจากความมืดมิด430
หน้าห้องอาหารมีทางเท้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้ทั้งสองข้างทาง และเขาก็เดินอยู่บนทางดอกไม้นั้น ลมยามคํ่าคืนพัดชายเสื้อของเขา และผมที่ดำสนิทบนบ่านั้นทำให้ใบหน้านั้นดูสงบและลุ่มลึก สง่างามไร้เทียมทานจอนผมของเขาพลิ้วไสว ดวงตาที่เรียวยาว ในขณะที่กำลังเงยหน้าขึ้นมา ราวกับว่ากำลังมองดวงดาราบนท้องฟ้า ไร้คลื่น ไร้ขอบเขตเดินตรงเข้ามาที่ขั้นบันไดห้องอาหารทีละก้าว แสงตะเกียงเหลืองอร่ามกระทบลงบนร่างของเขา ภายใต้แสงตะเกียงนั่น เขาดูราวกับรูปปั้นแกะสลักจากหยกเหลือง เนื้อสัมผัสสะอาดบริสุทธิ์ สมบูรณ์แบบไร้ที่ติเหลียนชิงโจวยกมือทักทาย : “อาจารย์”ใครก็คงจะคิดไม่ถึง ว่าอาจารย์ที่เขาเคารพนับถือที่สุด จะเป็นชายอายุที่อายุน้อยขนาดนี้ ดูแล้วอายุคงจะมากกว่าเหลียนชิงโจวเพียงไม