ามรบแม่ทัพฉินมีแรงยืนหยัดได้นานจนน่าตกใจ บางทีเขาอาจติดพันจนถึงรุ่งสางก็เป็นได้ ส่วนที่เหลือคงไม่จำเป็นต้องดูต่อแล้วละ จะได้ไม่ไปรบกวนความสุขของพวกเขาทั้งคู่”พูดจบเฉินเสียนก็ดึงหลิ่วเหมยอู่ออกไปจากสวนแอพริคอต ลากนางกลับไปยังสวนดอกพุดตานหลิ่วเหมยอู่พยายามดิ้นรนเมื่ออยู่ระหว่างทาง เฉินเสียนจึงเปลี่ยนมือไปคว้าเส้นผมที่ยาวสลวยของหลิ่วเหมยอู่ไว้ คราวนี้ไม่ต้องออกแรงมาก หลิ่วเหมยอู่ที่กำลังทุกข์ตรมก็ยอมให้เธอลากไปแต่โดยดีอวี้เยี่ยนเองก็ออกแรงลากเซียงหลิงที่สลบไสลไม่ได้สติกลับไปยังสวนดอกพุดตานเช่นกัน เซียงหลิงร่วงลงไปกองอยู่ในเรือน ไม่ปริปรากส่งเสียงใดๆเฉินเสียนปล่อยมือและโยนหลิ่วเหมยอู่ลงบนพื้นหลิ่วเหมยอู่ลงไปหมอบอยู่กับพื้น ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงและดูเหมือนคนจนตรอกเฉินเสียนเหลือบมองไหล่ของนางและกล่าวว่า “กระดูกไหล่เจ้าเคลื่อน อยากให้ข้าทำให้มันกลับไปเหมือนเดิมไหม ถ้าปล่อยไว้จนถึงรุ่งเช้าแขนของเจ้าจะไม่คล่องตัวเหมือนดังก่อน แม่ทัพฉินอาจจะยิ่งรังเกียจเจ้าก็ได้นะ”ในที่สุดหลิ่วเหมยอู่ที่กำลังสั่นเทาก็เงยหน้ามองเธอเฉินเสียนแบะปากพลางกล่าวว่า “เซียงหลินหมดสติไปแล้ว ถ้าข้าไม่เอาก้อนผ้าในปากของเจ้าออก เจ้าก็จะส่งเสียงไม่ได้ คืนนี้คงจะไม่มีผู้ใดมายังเรือนนี้อีกแล้ว หากมัวแต่รอจนถึงรุ่งสางเจ้าก็คงต้องยอมเสียแขนแล้วล่ะ”378
เธอหันกลับไปและกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้าเคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรือ ว่าถ้าเจ้าแมวน้