เสียงไม้กระทบกระถางธูปดังมาจากปลายนิ้วของเขา เขาขยับมันอยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “ข้าดูเหมือนพวกผู้เฒ่าเลวๆ งั้นหรือ”เหลียนชิงโจวตอบอย่างจริงจังว่า “อาจารย์ยังหนุ่มนัก เป็นบุรุษหนุ่มผู้มีอนาคตสดใสแห่งต้าฉู่”เสียงหัวเราะอันน่าฟังดังมาจากหลังม่านไม้ไผ่ เขากล่าวว่า “ผู้เฒ่าเลวๆ อย่างข้าอยากจะพบพระองค์กับเด็กคนนั้นจริงๆ เจ้าว่าพระองค์จะหนีไปไหม”เปลือกตาของเหลียนชิงโจวกระตุกเล็กน้อยเสียงหัวเราะอันมีเสน่ห์ยังคงวนเวียนอยู่ที่นั่น เขาถามเบาๆ ว่า “พระองค์ชอบลิ้นจี่ไหม”เหลียนชิงโจวตอบว่า “องค์หญิงทรงโปรดมากขอรับ”หลังจากนั้นเฉินเสียนก็ไปที่จวนของเหลียนชิงโจวอีกหลายครั้งเพื่อกินลิ้นจี่เธอเริ่มมีอาการร้อนในเล็กน้อย พอกลับมาที่เรือนก็รู้สึกปวดฟันอยู่สองวันในขณะที่อาการร้อนในก็ยังไม่คลายลงฉินหรูเหลียงรู้ว่าช่วงหลายวันมานี้เฉินเสียนเทียวไปเทียวมาที่จวนของเหลียนชิงโจวบ่อยๆ เขาไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายเสรีภาพการไปไหนมาไหนของเธอแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจเพียงแต่ว่าทุกวันนี้ฉินหรูเหลียงยุ่งมาก เขามีงานราชการรัดตัว อย่าว่าแต่เฉินเสียนเลย แม้แต่หลิ่วเหมยอู่เขาก็แทบไม่มีเวลาดูแล357
บางครั้งกว่าจะกลับมาถึงจวนก็หลังพลบคํ่าไปแล้วและวันเกิดของหลิ่วเหมยอู่ที่กำลังจะมาถึงอีกไม่กี่วันนี้ก็ตรงกับช่วงที่ฉินหรูเหลียงต้องไปจัดวางกำลังป้องกันไว้นอกเมืองพอดี เพราะเดือนหน้าจะถึงวันพระรา