รงกังวลพระทัย กระหม่อมเป็นเพียงพ่อค้า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกิจของราชวงศ์”354
เฉินเสียนพูดอย่างจริงจังว่า “เราคุยกันแบบนี้ก็ดีแล้ว ต่อไปเราจะยังคงเป็นสหายกันเช่นเดิม แต่ฉินหรูเหลียงจำเจ้าได้ ถ้าเขาเปิดโปงว่าเจ้าเป็นอดีตข้ารับใช้ของราชวงศ์ก่อน แล้วเจ้ายังคบหากับข้าอีก เจ้าจะตกอยู่ในอันตราย”“เขาจะไม่ทำเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ”“ทำไมล่ะ”“เพราะเขาติดหนี้ชีวิตกระหม่อม”“แล้วถ้ามีคนอื่นรู้เข้าล่ะ”“กระหม่อมเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปแล้ว คนที่รู้ว่าเมื่อก่อนรูปร่างหน้าตาของกระหม่อมเป็นอย่างไรก็ตายไปหมดแล้ว เช่นนี้ใครจะรู้เรื่องของกระหม่อมได้”เฉินเสียนไม่รู้ว่าเธอเดาถูกมากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่เธอมั่นใจได้ก็คือ เหลียนชิงโจวผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาๆก่อนจะจากไป เหลียนชิงโจวไปส่งเธอที่ประตูตามปกติ เขายืนพิงกรอบประตูแล้วตะโกนเรียก “องค์หญิง”เฉินเสียนหันกลับไปมอง เขาดูอบอุ่นและอ่อนโยนราวกับหยกเขาเอ่ยว่า “กระหม่อมรู้สึกเป็นเกียรติมากพ่ะย่ะค่ะที่องค์หญิงมองว่ากระหม่อมเป็นสหาย กระหม่อมจะไม่เป็นภัยต่อองค์หญิง และจะเป็นเช่นนี้ต่อไป…หากองค์หญิงไม่เชื่อ ต่อไปจะมาหรือไม่มาที่นี่ กระหม่อมก็จะไม่บังคับพระองค์เลย”เฉินเสียนฉีกยิ้มอย่างมั่นใจและบอกว่า “เมื่อถึงวันที่ข้าจะไม่รับเจ้าเป็นสหายเมื่อไหร่ ถึงวันนั้นข้าจะบอกเจ้าด้วยตัวของข้าเอง”355
เหลียนชิงโจวยิ้มอย่างแจ่มใสและน้อมคำนับเฉินเสียน “ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะองค์หญิง”จากนั้